ถือว่าเป็นการร่วมมือกันอีกครั้งระหว่างแบรนด์เนมชื่อดัง Prada และค่ายผู้ผลิตสมาร์ทโฟน LG ในการสร้างสรรค์สมาร์ทโฟนสุดหรู Prada 3.0 ซึ่งถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากที่ทั้งสองเคยร่วมกันผลิตมือถือ Prada มาแล้วก่อนหน้านี้ แต่ก่อนจะไปรีวิว Prada 3.0 เราขอเล่าประวัติของแบรนด์ให้ฟังคร่าวๆซักหน่อยเพื่อจะได้เห็นถึงการออกแบบอันสวยงามตามสไตล์ของแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Prada

แบรนด์ Prada

เชื่อว่าหลายท่านคงรู้จักแบรนด์เนมดัง Prada นี้กันอยู่บ้างแล้วแต่เราขอกล่าวถึงความดังและจุดยืนของแบรนด์นี้กันอีกครั้ง Prada คือแบรนด์เนมด้านการออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องหนังชื่อดังจากอิตาลี โดยผ่านช่างฝีมือตามมาตรฐาน Made in Italy อย่างครบถ้วนเพราะสินค้าที่พิมพ์หรือสลักข้อความ Made in Italy นั้นนับถือกันว่าเป็นงานจากช่างฝีมือชั้นดี โดยเฉพาะในเรื่องเครื่องหนังที่มีการการันตีว่าจะเป็นเครื่องหนังที่ดีและมีสีจากการผลิตที่เป็นธรรมชาติและทำยาก ดังนั้นหลายแบรนด์เนมดังทั้งหลายไม่ว่าจะมาจากต้นกำเนิดประเทศใดในโลกก็มักจะส่งการออกแบบของตนมาผลิตที่อิตาลีให้ได้ชื่อว่า Made in Italy และสินค้าเหล่านั้นจะเป็นรุ่นที่หายากและคุณภาพดีมากทำให้มีราคาแพง ตัวอย่างเช่นเมื่อเราเห็นกระเป๋า Louis Vuitton ที่เป็นแบรนด์เนมจากฝรั่งเศส แต่จะมีบางรุ่นที่จะพิมพ์ว่า Louis Vuitton Made in Italy ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามันจะเป็นรุ่นที่พิเศษราคาแพงและหายากกว่าใบอื่นๆนั่นเอง เนื่องมาจากใช้แรงงานที่เป็นช่างฝีมือชั้นยอดในอิตาลี ซึ่ง Prada เองไม่ต้องพูดถึงเพราะเป็นแบรนด์ที่มาจากอิตาลีโดยแท้อยู่แล้ว

เราจะเห็นได้เลยว่าแม้กระทั่งตัวกล่องบรรจุสมาร์ทโฟน Prada 3.0 นี้ก็ยังเป็นกล่องที่มาจาก Prada เอง(สินค้า Accessories ของ Prada ก็ใช้กล่องบรรจุสินค้าแบบนี้) เมื่อให้พูดถึงการออกแบบของ Prada ในวงการแฟชั่นนั้นยกย่องให้แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่มีการออกแบบที่ล้ำสมัยก้าวไปข้างหน้ากว่าแบรนด์อื่น หมายถึงสิ่งที่ Prada ออกแบบมักจะเป็นเทรนด์หรือรูปแบบที่ล้ำสมัยกว่าแบรนด์อื่นอยู่เสมอ ซึ่งเหล่าบรรดานักออกแบบ (Designer) ชั้นนำก็มักจะชื่นชอบเป็นการส่วนตัวอยู่เสมอๆ อย่างเช่น Marc Jacobs เจ้าของแบรนด์ Marc by Marc Jacobs และเป็น Creative Director ให้กับ Louis Vuitton คนปัจจุุบันก็ชื่นชอบ Prada เป็นการส่วนตัวซึ่งเสื้อผ้าที่เขาใส่ประจำนั้นก็เป็นชุดของ Prada อีกด้วย เรียกว่าวงการแฟชั่นยอมรับการออกแบบที่ล้ำสมัยของ Prada กันทั้งนั้น แน่นอนว่าการร่วมมือกับทาง LG เพื่อสร้างสรรค์สมาร์ทโฟนสุดหรูนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะทาง Prada จะรับผิดชอบเรื่องการออกแบบตัวเครื่อง หน้าตาของระบบทั้งธีมของ Android รวมไปถึง Accessories ต่างๆ ส่วนทาง LG จะรับผิดชอบการทำ Hardware, OS และ Application ต่างๆเพื่อให้ได้สมาร์ทโฟนสุดหรู Prada 3.0 นี้นั่นเอง

การออกแบบสมาร์ทโฟน Prada 3.0

ถือว่าทาง LG ให้เกียรติกับแบรนด์ Prada เป็นอย่างมากโดยเราจะเห็นได้ตั้งแต่การตั้งชื่อรุ่น Prada 3.0 เมื่อดูที่ตัวเครื่องเราก็จะพบว่ามีโลโก้ Prada ปรากกฏอยู่ชัดเจนทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่เป็นโลหะเงินนูนขึ้นมา พอเปิดเครื่องเราก็จะพบโลโก้ PRADA ปรากฏขึ้นมาเป็นการให้ทราบว่าระบบกำลังจะเปิดเครื่องขึ้นมาให้เราใช้งานรวมถึงเวลาเราปิดเครื่อง (Turn off) ด้วยก็จะมีโลโก้ PRADA นี้ตลอดจนแทบจะไม่เห็นโลโก้ของ LG เลยด้วยซ้ำแต่จะเห็นเพียงจุดเดียวเท่านั้นทางด้านฝาหลังซึ่งจะทำเป็นลาย LG ฝังลงไปกับฝาที่เป็นลาย Saffiano leather ลายหนังที่เป็นเอกลักษณ์ของ Prada เท่านั้นเอง

การออกแบบตัวเครื่อง

Prada 3.0 นั้นใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.3.7 ซึ่งถือว่า ณ ตอนเปิดตัวเป็นระบบ Android เวอร์ชั่นล่าสุดของทาง LG โดยทางแอลจีแจ้งว่าจะสามารถอัพเกรดไปเป็น Android 4.0 ได้ในช่วงเดือนมีนาคม 2555 โดยขนาดของตัวเครื่องจะมีขนาด 127.5 x 69 x 8.5 มิลลิเมตร มีน้ำหนัก 138 กรัม ใช้วัสดุที่เป็นเทาและสีดำเป็นหลัก มีกล้องด้านหน้าความละเอียด 1.3 .3 ล้านพิกเซล และกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และมีฝาหลังจะเป็นลาก Saffiano ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Prada และมีโลโก้ Prada สีเงินติดอยู่ช่วงกลางของตัวเครื่อง

เมื่อเรามาดูทางด้านหน้าของ Prada 3.0 เราจะพบกับหน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว WVGA (800 x 480) แสดงผลแบบ High Brightness NOVA Display ที่ให้ความสว่างของหน้าจอสูงถึง 800 nit (รุ่น Optimus Black เก่าอยู่ที่ 700 nit) ขยับมาด้านล่างสุดจะเป็นบริเวณของเมนูแบบสัมผัส(เรืองแสงขึ้นเมื่อสัมผัส) โดยเรียงเมนูต่างๆไว้ดังนี้ Menu, Home, Back และ Search ทางด้านข้างขวาเป็นปุ่มปรับระดับเสียง 2 ปุ่ม ส่วนทางด้านบนจะเป็นส่วนของช่องเสียบหูฟัง ปุ่มกดถ่ายรูป ช่อง USB และปุ่ม Power เรียงกันไปตามรูปด้านล่างนี้

มาถึงภายในตัวเครื่อง Prada 3.0 ซึ่งใช้ซีพียูความเร็ว 1.0GHz Dual-Core/Dual-Channel รองรับเครื่องข่าย HSPA+ 21Mbps บนคลื่นความถี่ 900/1900/2100 MHz แบตเตอรีแบบ Li-Ion ขนาด 1,540 mAh ความจุในตัวเครื่อง 8 GB พร้อมช่องใส่ MicroSD การ์ดที่รองรับได้สูงสุด 32 GB และมี NFC มาให้ด้วยในตัวเครื่องด้วย

การออกแบบ Theme

จุดเด่นของ Prada 3.0 อีกอย่างคือการที่มีการออกแบบ Theme มาให้พิเศษโดยเน้นลาย Saffiano และโทนสีเทาดำเป็นส่วนใหญ่และได้ออกแบบไอคอนต่างๆไว้กว่า 100 แบบให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งโปรแกรมต่างๆให้เข้ากับ Theme ของ Prada ซึ่งต้องยอมรับว่าเมื่อเห็นครั้งแรกแล้วก็ยังไม่คุ้นเท่าไหร่นัก แต่พอผู้เขียนได้ลองใช้งานไปซักระยะก็พบว่า Theme Prada 3.0 นี้มีเอกลักษณ์ไม่น้อยทั้ง Wallpaper ลาย Saffiano ไอคอนที่ออกแบบมาพิเศษโดยดีไซน์ให้อยู่ในลักษณะของการวาดเส้นที่เกิดจากวาดเส้นเพียงเส้นเดียวเท่านั้นให้เกิดรูปไอคอนต่างๆ อีกทั้งยังมี Scene ให้เราเลือกได้ว่าจะใช้แบบไหนอย่างเช่น Scene เกียวกับ Play, Work, Travel หรือจะสร้างใหม่เองให้หน้าจอการใช้งานเราสะดวกเหมาะกับการใช้งานโปรแกรมและ Widgets ต่างๆได้ลงตัว

 

เปรียบเทียบภาพถ่ายจากกล้อง Smartphone ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

เราได้ทำการเปรียบเทียบกล้องถ่ายภาพของสมาร์ทโฟนในตลาดที่มีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลแบบโหมดถ่ายปกติจำนวน 4 เครื่องได้แก่ Galaxy Note, iPhone 4S, Galaxy S-II และ Prada 3.0  ซึ่งเราลองถ่ายภาพวัตถุขนาดใกล้เทียบกันให้ดูความชัดและโทนสีของแต่ละเครื่องมาให้ดูคร่าวๆดังนี้

คลิกแต่ละรุ่นเพื่อชมภาพต้นฉบับ Galaxy Note, iPhone 4S, Galaxy S-II และ Prada 3.0

ซึ่งจากการที่ได้ลองถ่ายภาพในหลายๆกล้องและหลายๆแบบที่แตกต่างกันพบว่ากล้องของ Prada 3.0 นั้นให้ภาพที่ชัดเจนดีแต่โทนสีของภาพนั้นอาจจะสวยสู้ Galaxy Note หรือ iPhone 4S ไม่ได้ซึ่งส่วนหนึ่งนอกจากจะเป็นเพราะเลนส์แล้วก็น่าจะมาจากวิธีการประมวลผลให้เกิดไฟล์ภาพ JPEG ที่แต่ต่างกันคล้ายกับที่เราพบตามกล้องดิจิตอลทั่วไปนั่นเอง แต่ทาง Prada (LG) 3.0 นี้ก็มีฟีเจอร์ในการเพิ่มลดแสง Aperture และเลือก ISO ที่ 400, 200 และ 100 มาให้เลือกก่อนที่จะทำการถ่ายรูปให้ด้วยซึ่งถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากคล้ายกับที่เราใช้กล้องถ่ายภาพจริงๆเลยแม้จะปรับได้เล็กน้อยแต่ช่วยให้การถ่ายภาพจากกล้อง Prada 3.0 นี้ได้สนุกมากขึ้นทีเดียว 🙂 แต่ถ้าใช้โปรแกรมถ่ายภาพที่ช่วยจัดสีและแสงช่วยหลังจากถ่ายเสร็จแล้ว ซึ่งทาง Prada 3.0 มีมาให้ในตัวเช่นกันก็สามารถปรับภาพให้สวยขึ้นอีกได้หลังถ่ายเสร็จ

อย่างการใส่ Filter ให้เกิดโทนภาพแบบต่างอย่าง การปรับ Adjust แสง โทนสี ต่างๆ รวมไปถึงการใส่กรอบให้รูปภาพ การนำภาพ 2 ภาพมารวมซ้อนกัน ซึ่งมันทำให้เราสะดวกมากขึ้นเพราะไม่ต้องปิดกล้องเพื่อไปเปิดอีกโปรแกรมมาตกแต่งรูปแต่อย่างใดให้เสียจังหวะในการใช้งานกล้อง คล้ายกับโปรแกรมถ่ายภาพตัวอื่นๆอย่างโปรแกรม Vignette ก็ทำให้ภาพสวยขึ้นมากทีเดียว แต่แน่นอนว่าถ้าไม่มีการปรับแต่งเลือกโทนสีและแสงที่เหมาะสมก็จะค่อยข้างได้ภาพที่สีด้อยกว่าค่ายอื่น

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Prada 3.0

ภาพถ่ายระยะปกติ

ภาพถ่ายระยะใกล้ (Zoom + Auto focus)

ภาพถ่ายตอนกลางคืนระยะปกติ

ภาพถ่ายตอนกลางคืน + ซูมระยะเข้าใกล้วัตถุ

อุปกรณ์เสริมหูฟัง Bluetooth Ear Set

เป็นอุปกรณ์เสริมที่ดูเข้ากันอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องทำออกมาให้ใช้งานคู่กันเพราะตั้งแต่กล่องบรรจุภัณฑ์ก็เป็น Prada อย่างเช่นตัวเครื่อง Prada 3.0 เรื่องการใช้งานก็ไม่ต้องพูดถึงเพราะมันใช้งานได้ดีเสียงดังฟังชัด แต่อะไรก็หนีไม่พ้นว่าถ้าใครหนีบหูฟัง Bluetooth ear set ชิ้นนี้จะต้องชื่นชอบในการออกแบบของ Prada ที่สวยเอามากๆเรียกว่าใครเห็นก็จะต้องชื่นชอบในความเรียบหรูของมันอย่างแน่นอน

ราคาเปิดตัวในงาน Mobile Expo 2012 อยู่ที่ 19,900 บาท และชุดหุฟัง Prada Bluetooth ear set อยู่ที่ 5,000 บาท ถ้าใครกำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์เรียบหรู บางเบา กับทั้งสเปกเครื่องที่ว่าใช้ได้เลยทีเดียว Prada 3.0 ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งแต่ถ้าคุณเป็นแฟนของแบรนด์เนม Prada อยู่แล้วด้วยล่ะก็บอกได้เลยว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้คุณไม่ควรพลาดที่จะหามาใช้งานเลยล่ะ เพราะถือว่าราคานี้ถูกกว่าที่เปิดตัวอีกในหลายประเทศเสียด้วยกับการได้มือถือภายใต้แบรนด์หรู Prada จาก LG

Author

Doing my best to bring you the latest in technology, business, banking, insights and much more. I will always make sure our content is unbiased and on point.

Write A Comment