คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นชำระเงินด้วยบัตร Suica ผ่าน Apple Pay บนไอโฟนได้แล้ว

นอกจาก Apple จะเปิดตัว iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X ที่มีความแรงของซิป A11 Bionic ชนิดที่เรียกว่าแรงกว่าสมาร์ทโฟนเรือธงของคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่นจากคะแนนทดสอบในหลากหลายหน่วยงานที่นำไปทดสอบด้วยเครื่องที่ออกจำหน่ายจริงๆ และสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้พูดถึงนั่นคือฟีเจอร์ของ Apple Pay ที่ได้มีการปรับปรุงไปพอสมควร ซึ่งฟีเจอร์ที่คนไทยน่าจะชื่นชอบก็คือไอโฟนรุ่นใหม่ทั้งสามนี้รองรับการทำงานของ NFC แบบครอบคลุมมาตรฐานมากขึ้นแล้วคือรองรับ NFC A-B-F ที่ทีการกำหนดมาตรฐานกันจากหลายรายอย่างเช่น Type A (Philips) Type B (Motorola) and Type F (Sony)  ความหมายก็คือว่าบัตรโดยสารรถไฟในประเทศญี่ปุ่นที่ใช้เทคโนโลยี FeliCa (NFC-F) ซึ่งเป็น NFC Type F จากทาง Sony นั้นสามารถใช้งานได้กับไอโฟนรุ่นใหม่ (iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X)เหล่านี้ได้แล้วโดยเปิดฟีเจอร์ให้กับเครื่องที่วางจำหน่ายทั่วโลกไม่จำกัดเฉพาะเครื่องที่จำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นอย่าง iPhone 7 (model A1779 and A1785) เหมือนก่อนหน้านี้ นอกจากนั้นนาฬิกา Apple Watch Series 3 รุ่นใหม่ก็รองรับด้วยเช่นกัน

จากการรองรับการทำงาน NFC ครอบคลุมมากขึ้นแบบนี้ทำให้เราสามารถจะนำบัตร Suica บัตรโดยสารรถไฟ(ซื้อของได้ด้วย) มาใส่เข้าไปยังแอพ Wallet ไเพื่อนำไอโฟนไปแตะแทนบัตรจริงขณะเดินทางในประเทศญี่ปุ่น และสำหรับใครที่เคยไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นมาก่อนหน้านี้แล้วยังมีบัตร Suica นี้เก็บไว้อยู่ตอนนี้ก็สามารถเอามาใส่ไว้ในไอโฟนได้เลย แต่แน่นอนว่าคุณจะต้องมีไอโฟนหรือ Apple Watch รุ่นใหม่เสียก่อน ซึ่งถ้าได้ครอบครองเครื่องแล้วก็สามารถเพิ่มบัตร Suica เข้าไปได้ด้วยวิธีการดังนี้

วิธีที่ 1: กรณีมีบัตร Suica ใบจริงอยู่แล้ว

1) ตั้งค่าเครื่องไอโฟนก่อน ให้ไปตั้งค่าไอโฟนโดยเซตค่าที่ Setting > General > Language & Region โดยให้เลือก Region เปลี่ยนเป็นประเทศญี่ปุ่น (Japan) เสียก่อนเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเพิ่มบัตร Suica เข้าไปยัง Apple Wallet (หลังจากทำเสร็จจึงทำการเปลี่ยน Region กลับมาเป็นประเทศไทยหรือประเทศอื่นที่เราตั้งไว้ก่อนหน้านั้นเหมือนเดิม)

2) การเพิ่มบัตรเข้าไปยังไอโฟนตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. นำบัตร Suica ของคุณมาเตรียมไว้ก่อน
  2. เปิดแอพ Wallet บนไอโฟนแล้วแตะไปที่เครื่องหมายบวก 
  3. กดปุ่มถัดไป (Next) เข้าสู่ขั้นตอนการเพิ่มบัตร
  4. หน้าจอจะขึ้นมาว่าให้ทำตามขั้นตอนการเพิ่ม Suica เข้ามายังไอโฟน แล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนการ Verify หมายเลขหลังบัตร Suica 4 ตัวสุดท้ายให้เรากรอก
  5. กรอกวันเกิดของคุณ จากนั้นกดดำเนินการต่อ (Next)
  6. หน้าจอจะขึ้นมาว่ากำลังโอนถ่ายข้อมูลของบัตร Suica เข้ามายังไอโฟน

3) กรณีที่ต้องการใช้งานจริงที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อความรวดเร็วในการแตะโดยไม่ต้องให้ทำการสแกนลายนิ้วมืออีกครั้ง (เราต้องการความเร็วและสะดวกในการเดินทางจริง) ตอนเพิ่มบัตรเข้าไปให้เราไปใช้วิธีการเพิ่มบัตรประเภท Express Transit Card ดังนี้

  1. ไปที่ Settings > Wallet & Apple Pay
  2. แตะที่ Express Transit Card, เลือก a new Suica card หลังจากนั้นทำการยืนยันตัวตนเจ้าของเครื่องด้วย Touch ID หรือใส่ passcode แล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนการเพิ่มบัตร

หน้าตาของบัตร Suica เมื่ออยู่บนแอพ Wallet บนไอโฟนหลังทำการเพิ่มบัตรเสร็จสิ้นแล้ว

ซึ่งการทำเช่นนี้จะเป็นการบอกไอโฟนไปเลยว่าเรากำลังจะเพิ่มบัตรประเภทบัตรโดยสาร (Express Transit Card) เพื่อตอนใช้งานจะได้ไม่ต้องเปิดหน้าจอหรือสแกนลายนิ้วมืออีก

4) การเติมเงิน Suica ให้เข้าไปที่แอพ Wallet เหมือนเดิมจากนั้นแตะที่รูปบัตร Suica จากนั้นแตะเครื่องหมาย   และแตะเลือกเติมเงิน Add Money หลังจากนั้นก็ทำการเลือกจำนวนเงินที่ต้องการเติมเข้าไปแล้วกดปุ่มเพิ่ม “Add” กรณีที่เรามีบัตรเครดิตใน Wallet ที่พร้อมจะจ่ายเงินเพื่อชำระก็จะเติมเงินเข้าบัตร Suica สำเร็จ แต่เนื่องจากในไทยยังไม่มีบัตรเครดิต/เดบิตในประเทศไทยที่รองรับการผูกบัตรเข้าไปใน Wallet/Apple Pay ดังนั้นการเติมเงินเข้า Suica ในลักษณะนี้จึงยังทำไม่ได้ เว้นแต่หากใครมีบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารต่างประเทศที่รองรับ Apple Pay ก็จะทำรายการได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องไปเติมเงินตามตู้เติมเงินในสถานี JR Station โดยการนำไอโฟนของเราไปแตะบริวเวณที่วางบัตร Suica หน้าตู้แล้วกดเติมเงินตามขั้นตอนปกติ (ตำแหน่งวางไอโฟนจะเหมือนกันการวางบัตร Suica ลงไปบนตู้เติมเงินนั่นเอง)

วิดีโอสาธิตการเติมเงินบัตร Suica บนไอโฟน

ให้สังเกตตู้เติมเงินบัตร Suica ว่ามีสัญลักษณ์เขียนว่า IC ด้วยซึ่งตู้นั้นจะเติมเงินผ่านไอโฟนของเราได้

5) ได้รับเงินคืน 500 เยน และตัวบัตรพลาสติกจะใช้งานไม่ได้ เนื่องจากปกติแล้วถ้าใครต้องการคืนบัตร Suica เราจะได้รับเงินมัดจำในบัตรคืนมาด้วย ดังนั้นเมื่อเราทำการเพิ่มบัตร Suica เข้าไปยัง Wallet แล้วตัวบัตรพลาสติกจริงจะใช้งานไม่ได้อีกต่อไปโดยทาง Suica ก็จะคืนเงินกลับเข้ามาให้เราด้วยโดยเพิ่มเข้าไปให้อัตโนมัติโดยดูได้จากยอด Balance ของบัตรใบนี้บน Wallet

วิธีที่ 2: กรณีไม่มีบัตร Suica โดยทำการเปิดบัตรใหม่แบบ Virtual Card

สำหรับคนที่ไม่มีบัตรจริงอยู่กับตัวหรืออยากจะเตรียมบัตรไว้ในไอโฟน/ Apple Watch Series 3 ก่อนการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นก็สามารถทำได้โดยใช้วิธีสร้างบัตรเสมือนขึ้นมา (Virtual card)

  1. ดาวน​์โหลดแอพ Suica มาติดตั้งบนไอโฟนก่อน
  2. ทำการสร้างบัตรใหม่แบบ Suica Virtual Card
  3. ทำการ Set up บัตรเข้าไปยัง Apple Pay

เนื่องจากแอพ Suica นั้นเป็นภาษาญี่ปุ่นเราเลยเอาหน้าจอของแอพพร้อมบอกวิธีการกดไปยังเมนูต่างๆเพื่อสร้าง Suica Virtual Card เพื่อนำไปใส่ไว้ใน Wallet (Apple Pay) ดังขั้นตอนต่างๆด้านล่างนี้

หลังจากกด Set up Apple Pay แล้วหน้าจอจะขึ้นรูปการ์ดขึ้นมาพร้อมกับให้ทำการชำระเงินค่าบัตรตามจำนวนเงินที่ต้องการเติมเขาไปจากที่เราเลือกเอาไว้ก่อนหน้าจากแอพ Suica และแน่นอนว่าคุณจะต้องมีบัตรเครดิต/เดบิตที่สามารถชำระเงินด้วยไม่อย่างนั้นบัตร Suica VIrtual Card ก็จะไม่สมบูรณ์คือมันจะเป็นเพียงบัตรเปล่าๆรอให้คุณเติมเงินเพื่อใช้งานอยู่ดี ดังนั้นขึ้นตอนนี้สำหรับคนไทยที่ไม่มีการผูกบัตรเครดิต/เดบิตอยู่ใน Wallet/Apple Pay อาจเป็นเพียงการเตรียมพร้อมสร้างบัตรรอเอาไว้ในไอโฟนไว้ก่อน พอบินไปถึงที่ประเทศญี่ปุ่นถึงจะเดินไปเติมเงินจากตู้เติมบัตรที่มีสัญลักษณ์ IC อีกครั้งถึงจะนำไปใช้งานได้

การใช้งานบัตร Suica บน Apple Pay (Wallet)

การใช้งานบัตร Suica บนไอโฟนหรือ Apple Watch นั้นง่ายมากเพียงแค่ยื่นส่วนหัวของตัวเครื่องไปใกล้จุดแตะบัตรเพียงไม่กี่เซนติเมตรก็สามารถจะทำการชำระเงินได้แล้ว โดยที่เราไม่ต้องเปิดหน้าจอหรือปลดล๊อคเครื่องหรือเปิดแอพอะไรขึ้นมาเลยมันก็สามารถทำรายการได้ เปรียบเสมือนแตะบัตรพลาสติกจริงทุกอย่าง เนื่องจากเป็นการกำหนดการชำระเงินของบัตร Suica ไว้กับ Wallet/Apple Pay ว่าให้เป็นแบบ Express Transit Card

นอกจากจะจ่ายค่ารถไฟได้แล้วเรายังชำระเงินซื้อสินค้าและบริการในประเทศญี่ปุ่นได้ด้วย โดยให้สังเกตว่าร้านนั้นมีเครื่องหมายรับบัตร Suica และเครื่องอ่านบัตรแบบ IC เราก็ใช้ไอโฟนหรือ Apple Watch แตะเพื่อชำระเงินได้

Facebook Comments

Connect on Facebook: