รีวิวการใช้งาน Microsoft Office 2013

ไมโครซอฟเปิดตัวชุดโปรแกรมที่ถือเป็นรายได้หลักให้กับบริษัทในเวอร์ชั่นใหม่แล้วนั่นคือ Microsoft Office 2013 หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า Office 15 ซึ่งทำการรวมชื่อบริการจากโปรแกรมสำหรับ Desktop และ Online Cloud Service ไว้ด้วยกันซึ่งคงจะจำกันได้ว่า Office 365 นั้นเดิมเปิดบริการบนเว็บให้ใช้กันมาก่อนหน้านี้แล้ว คราวนี้ทางไมโครซอฟได้ทำการรวมบริการทั้งสองไว้ด้วยกันในเวอร์ชั่นที่ 15 ของ MS Office ด้วยชื่อว่า Microsoft Office 2013 ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ผู้ใช้จะสามารถเชื่อมต่อการทำงานเอกสารต่างๆได้ทุกที่ ทุกอุปกรณ์ ทั้งแบบ Online และ Offline ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากกว่าเดิม

ก่อนอื่นเราจำทำการดาวน์โหลด Office 2013 Preview นี้มาทดลองใช้กันก็จะต้องทำารลงทะเบียนเพื่อขอไฟล์มาติดตั้งลงบนเครื่องก่อนจาก www.microsoft.com/office/preview/en ซึ่งในหน้าเว็บจะให้เราดาวน์โหลดไฟล์ Install มาติดตั้งจากนั้นก็ทำการติดตั้งโดยโปรแกรมจะทำการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆจากไมโครซอฟมารอติดตั้งในขั้นตอนถัดไป (รอจนพร้อมกันติดตั้ง) และเมื่อเรากลับไปดูยังหน้าเว็บ Office.com เราก็จะพบว่าข้อมูลการติดตั้งโปรแกรมนั้นจะแสดงผลให้เราทราบว่าตอนนี้เราได้ลงชุดโปรแกรม Office 2013 ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ต่างๆแล้วกี่เครื่อง ซึ่งเราสามารถทำการลงโปรแกรมได้ทั้งหมด 5 เครื่อง นั่นหมายความว่าต่อไปนี้เวลาเราซื้อชุดโปรแกรม Office เราจะสามารถนำไปติดตั้งได้ทั้งหมด 5 เครื่อง (คล้ายกับการซื้อแอพบน iOS) และที่สำคัญคือเราสามารถติดตั้ง Office 2013 ลงบนเครื่องไหนก็ได้ผ่านเว็บ ในกรณีที่ต้องการใช้งานแบบเร่งด่วนก็สามารถติดตั้งแล้วทำงานได้ จากนั้นก็มาสั่งให้ Uninstall จากหน้าเว็บ Office.com ได้ภายหลัง พอมาถึงตรงนี้เราก็ทราบว่าการทำแบบนี้คือการสมัครใช้บริการ Office 365 ที่ได้รับการติดตั้ง Office 2013 ได้ 5 เครื่องนั่นเอง

ชมวีดีโอแนะนำ Office 2013

เชื่อมต่อ SkyDrive เข้ากับ Office 2013

เมื่อติดตั้งโปรแกรม Office 2013 แล้วจะมีหน้าให้เรากด Login ด้วย Account ของ Windows Live เพื่อเชื่อมต่อบริการ SkyDrive กับ Office 2013 ในการจัดเก็บไฟล์เอกสารต่างๆ

เมื่อเชื่อมต่อ SkyDrive แล้วเราก็จะเห็นว่าในเครื่องเราจะมีโฟวเดอร์ชื่อ SkyDrive แสดงให้เห็นและสามารถเปลี่ยนที่อยู่การจัดเก็บไฟล์ไปยัง Drive อื่นๆในเครื่องของเราได้ด้วย

หลังจากเราดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆมาติดตั้งเสร็จสิ้นแล้วเราก็จะได้โปรแกรม Office 2013 Preview มาไว้บนเครื่อง และต่อไปนี้เราจะมาดูกันต่อไปว่าแต่ละโปรแกรมนั้นมีหน้าตาและฟีเจอร์อะไรใหม่ๆมาให้ใช้บ้างดังต่อไปนี้

Microsoft Word 2013

เริ่มต้นที่พบเมื่อเปิดโปรแกรม Word 2013 Preview นี้ขึ้นมาก็พบว่ามันเปิดโปรแกรมขึ้นมาได้เร็วขึ้นมากเมื่อเทียบกับการเปิดโปรแกรม Word 2010 ที่มีอยู่ในเครื่องเดียวกันก่อนหน้านี้ และหน้าตาหลังจากเปิดมาก็สังเกตได้ชัดเลยว่าหน้าตาของโปรแกรมนั้นออกแบบมาให้เข้ากับ Metro ดีไซน์มากๆซึ่งตรงนี้คงจะตอบโจทย์ของการแสดงผลบน Tablet และ Smartphone นั่นเอง โดยเราทำการทดสอบพิมพ์ภาษาไทยลงไปก็ไม่มีปัญหา เมนูยังมี Ribbon อยู่เหมือนเดิมและมีปุ่มกด Touch Mode ให้ด้วยเพื่อปรับ Layout ของโปรแกรมให้ใช้งานกับหน้าจอ Touchscreen ได้ด้วยโดยตำแหน่งเมนูและปุ่มกดต่างๆจะถูกจัดให้มีตำแหน่งที่วางอยู่เต็ม 100% ของความกว้างในแต่ละโซน พร้อมปรับขนาด Font ของโปรแกรมให้กดง่ายขึ้น

Word 2013 และโปรแกรมอื่นๆใน Office 2013 จะมีการปรับหน้าเอกสารให้เขากับหน้าจออุปกรณ์นั้นๆโดยอัตโนมัติได้ด้วย Touch Mode แล้วยังมี Full Screen Mode เพื่อปรับหน้าจาให้เต็มโดยการซ่อนเมนูและแถบเครื่องมือออกไปเพื่อให้เราพิมพ์เอกสารและดูหน้าจอให้เต็มพื้นที่มาก ซึ่งเราจะเห็นได้ชัดกับโปรแกรม PowerPoint ชัดเจนมากเพราะเราแทบจะไม่ต้องกดปุ่ม Slide show เพื่อดูผลเลยด้วยซ้ำ ส่วนในโหมด Touch Mode นั้นก็รองรับการทำงานของการกด Pinch-to-Zoom เพื่อขยายพื้นที่และเลื่อนหน้าจอให้เหมาะกับอุปกรณ์พวก Tablet หรือคอมพิวเตอร์ที่หน้าจอสัมผัสได้

Touch Mode Off:

Ribbon with Touch Mode Off

 

Touch Mode On:

Ribbon with Touch Mode On

Mouse Color Picker Touch Color Picker

Read Mode
ในเมนู View เราจะเห็นว่ามีปุ่มเลือก Read Mode เพื่อปรับหน้าจอให้อยู่ในโหมดการอ่านเพื่อง่ายต่อการอ่านแทนที่จะมีเครื่องมือมาให้ใช้ ซึ่งง่ายสำหรับคนที่ต้องการเปิดเอกสารเพื่อมาอ่านอย่างเดียวโดยไม่ได้จะแกไขอะไร ซึ่งจะคล้ายกับการอ่านนิตยสารมากขึ้น

Object Zoom
และเมื่อเราอยู่ใน Read Mode เรายังสามารถกด double click ไปยังพื้นที่ในเอกสารเพื่อใส่ tables, charts, pictures sรือ videos ได้และก็เช่นเดียวกันเราสามารถแตะไปยังสิ่งต่างๆเหล่านั้นเพื่อขยายดูอย่างเช่นกดตรงวีดีโอเพื่อขยายเนื้อวีดีโอให้แสดงผลขึ้นมาเต็มหน้าจอเป็นต้น

Resume Reading
ฟีเจอรน๊้จะเป็นประโยชน์เหมาะกับการอ่านเอกสารผ่าน SkyDrive ที่จะสามารถจดจำหน้าเอกสารที่เราเปิดค้างไว้กลับมาแสดงผลได้ ณ ตำแหน่งเดิมแทนที่จะต้องเริ่มต้นเปิดตั้งแต่หน้าแรกใหม่ตลอด ซึ่งสามารถทำงานได้ผ่านอุปกรณ์ต่างๆได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบนคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท๊ปเล็ต

Comment and Reply
ต่อไปนี้ทุกเอกสารจะมีส่วนของการใส่ Comment และ Reply เข้าไปได้เพื่อให้สามารถแชร์ความคิดเห็นฝังไว้ในตัวเอกสารได้เลย ยกตัวอย่างทำงานในทีมที่ใช้เอกสารตัวเดียวกัน ทุกคนในแต่ละส่วนมสามารถจะแสดงความคิดเห็นขอตัวเองลงไปได้ เมื่อเอกสารนี้ถูกส่งไปยังบุคคลอื่นเมื่อเปิดขึ้นมาก็จะเห็น Comment ของคนก่อนหน้าที่เปิดเอกสารนี้ดู และเราก็สามารถกด Reply ตอบกลับไปหรือจะใส่ Comment เพิ่มลงไปต่อก็ได้ ซึ่งคนอื่นๆที่ได้รับเอกสารก็จะสามารถเห็นส่วนของ Comment และ Reply นี้ได้ต่อไปเรื่อยๆ

Templates and Tools
ในเวอร์ชั่นใหม่นี้ผู้ใช้จะเห็นส่วนของหน้า templates ใหม่ๆได้ก่อนที่จะเริ่มกดสร้างเอกสารซึ่งมีรูปแบบให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็น Blog Post, Annual Report, Family Photo Calendar, Sports Certificate, Wedding Invitation ซึ่งจะได้เห็นรูปตัวอย่างพร้อมคำอธิบายก่อนที่จะเลือกรูปแบบเพื่อใช้งานได้ด้วย

PDF editing
การเปิดเอกสารนั้นมีการรองรับการเปิดอ่านเอกสารไฟล์ PDF ด้วยพร้อมทั้งยังสามารถแก้ไขผ่าน Word 2013 นี้ได้ด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งรองรับการใส่ไฟล์วีดีโอในเอกสาร Word ได้แล้วทั้งแบบออนไลน์และแบบไฟล์แนบ

Alignment and Layout
ต่อไปนี้เวลาเราจะใส่ object ใดๆไม่ว่าจะเป็น chart, photo, table, video หรืออื่นๆ โปรแกรมจะช่วยจัดตำแหน่งที่เหมาะสมให้เราด้วยเมื่อ object นั้นถูกในมาใส่ในพื้นที่เอกสาร โดยจะมีตัววัดระยะเพื่อหาตำแหน่งที่เหมาะสมแสดงให้เห็นซึ่งง่ายต่อการขยับเปลี่ยนตำแหน่งด้วย ซึ่งแต่ก่อนเป็นเรื่องยากพอสมควรที่จะขยับตำแหน่งให้ได้ระยะที่ตรงกัน หรือเหมาะสมกับหน้าเอกสาร ซึ่งโปรแกรม Word 2013 นี้จะช่วยเรื่องการจัดหน้าและ Layout ให้เราได้ดีขึ้น

การจัดเก็บเอกสารนั้นมีการปรับเปลี่ยนให้บันทึกได้ทั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ บนบริการ Cloud และ SkyDrive ที่ถูกเชื่อมมาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเห็นได้จากการกดปุ่ม Save As นั่นเองซึ่งจะมีรูปแบบนี้ทุกโปรแกรมของ Office 2013

Microsoft PowerPoint 2013

จากนั้นเราลองมาดูโปรแกรมฟรีเซ็นต์งานอย่าง PowerPoint กันดูบ้างว่าจะมีการใช้งานอะไรน่าสนใจบ้างในเวอร์ชั่นใหม่นี้

PowerPoint 2013 นี้จุดที่หน้าสนใจอย่างแรกที่เห็นคือโปรแกรมมีการย้าย Template ต่างๆออกมาไว้ด้านหน้าพร้อมทั้งตัวอย่างให้ดูก่อนสร้างเอกสารให้สามารถเลือกดูรูปแบบก่อนได้ ตรงนี้ถึอว่าเป็นการปรับ UX ของการใช้งานโปรแกรมได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นเก่าๆที่ผ่านมา และแน่นอนว่าหน้าตาของเอกสารมีการปรับหน้าตาของโปรแกรมให้เข้ากับ Metro design เช่นกันพร้อมทั้ง Touch Mode, Full Screen Mode ให้เหมือนกัน และอย่างที่เคยกล่าวไปแล้วข้างต้นว่าการปรับหน้าตาของโปรแกรมให้เข้ากับหน้าจอการทำงานแบบ Full Screen Mode นั้นทำให้การทำงานบน PowerPoint นั้นง่ายและสบายตามากขึ้น (ตรงนี้คงจะขึ้นอยู่แต่ละบุคคลด้วย)

Slide Zoom
ในขณะที่เรากำลังกดปุ่ม Slide Show เพื่อพรีเซ้นต์งานอยู่นั้นเรายังสามารถกด double click บน diagram, chart หรือรูป graphic เพื่อซูมขยายส่วนนั้นให้ใหญ่ขึ้นได้ซึ่งง่ายกว่าที่จะต้องสร้างหน้าใหม่ขึ้นมาอีกหน้าเพื่อที่จะโชว์ภาพหน้าจอของวัตถุนั้นๆในขนาดใหญ่ขึ้นอย่างที่เคยทำกันก่อนหน้านี้

Navigation Grid
ฟีเจอร์นี้ทำมาให้เรากดเปลี่ยนข้ามสไลด์ไปมาได้ง่ายกว่าเดิมแทนที่จะต้องกดปิดโหมด Slide Show ก่อนหรือกดเปลี่ยนสไลด์แบบระบุเลขหน้าที่จะเปลี่ยนซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็ยุ่งยากพอสมควรเพราะเลขหน้าและชื่ออาจจะสับสน ในเวอร์ชั่นใหม่นี้จึงมี Navigation Grid มาให้เราดูเป็นตารางสไลด์แล้วกดเลือกเปลี่ยนได้เลยแม้จะอยู่ในโหมด Slide Show ก็ตามเพียงแค่ดูหน้าจอ Navigation Grid แล้วกดเม้าท์คลิกเลือกเท่านั้นสไลด์ก็จะแสดงผลหน้าที่เลือกมาแสดงทันที

Comment and Reply
เช่นเดียวกับ Word 2013 เราสามารถที่จะใส่ข้อตวาม Comment และ Reply เข้าไปในเอกสารได้

Online coauthoring
ในกรณีที่ต้องใช้งานร่วมกันภายในทีม เราก็สามารถใช้งาน PowerPoint 2013 ผ่านเว็บแอพได้ด้วยซึ่งไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรมลงไปในเครื่องก่อนถึงจะเปิดเอกสารได้ ยกตัวอย่างเช่นการใช้งานผ่านเว็บที่เป็นเครื่องของลูกค้า เราสามารถไปหาลูกค้าแล้วเปิดพรีเซ็นต์งานได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด หรือ ณ ตอนนั้นไม่มีเครื่อง PC อยู่เราก็ยังเปิดใช้งานผ่านเว็บบน Mac เพื่อใช้งานได้เช่นกัน

ส่วนของฟีเจอร์ Presenter View นั้นก็ได้ปรับปรุงให้รองรับการกด Zoom และเขียน Note, Comment ได้จากปากกาที่ใช้กับการเขียนบน Tablet หรืออุปกรณ์ Touch screen ต่างๆได้ด้วย

จุดที่หน้าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่สังเกตได้จาการใช้งานบ่อยๆของเราคือการใส่รูปภาพนั้นมีการรองรับการใส่รูปจากบริการออนไลน์ด้วยทั้งบน SkyDrive ของเรา Bing image และบริการรูปภาพอย่าง Flickr ซึ่งตรงนี้มีความเป็นไปได้ว่าต่อไปเราสามารถเชื่อมบริการโซเซียลต่างๆให้เชื่อมกับ Office 2013 ได้เช่นสามารถดึงภาพจาก Facebook, Twitter Pic, Instagram มาใส่ได้อย่างง่ายดายและอาจจะเปิดให้นักพัฒนาสามารถเชื่อมต่อบริการรูปภาพใหม่ๆเข้ามาในระบบของ Office 365 ที่บริการบนออนไลน์ได้ด้วยในอนาคต

 

Microsoft Excel 2013

มาดูโปรแกรมคำนวนตัวเลขดังกันบ้าง

เช่นเดียวกับโปรแกรมอื่นๆ Excel 2013 จะมีการย้าย Template มาไว้ด้านหน้าให้เลือกรูปแบบการสร้างเอกสารไว้ก่อนพร้อมตัวอย่างหน้าต่างๆซึ่งสามารถดูรูปและคำอธิบายไปด้วยกันว่ารูปแบบนั้นๆเหมาะสมกับการทำเอกสาร Excel ในจุดประสงค์อะไร ซึ่งง่ายต่อผู้ใช้มากขึ้นที่จะได้ดูตัวอย่างก่อนสร้าง พอมาถึงในหน้าเอกสาร Excel 2013 นั้นทางไมโครซอฟได้ใส่ฟีเจอร์การจัดรูปแบบข้อมูล และจัดเรียงข้อมูลมาให้อัตโนมัติแบบไม่ต้องเขียนสูตรคำนวนใดให้ยุ่งยาก เช่นการกรอก % แล้วให้แสดงผลบาร์ Progress ให้สัมพันธ์กันเป็นต้น และที่เห็นว่าโดดเด่นมากในเวอร์ชั่นนี้ก็คือการเพิ่มฟีเจอร์การวิเคราะห์ข้อมูลประเภท Quick Trend, Quick Analysis Lens, Quick Explore ที่จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลที่มีขนาดมากได้ง่ายขึ้นพร้อมสร้าง Diagram ที่เหมาะสมให้อัตโนมัติเลยซึ่งผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเขียนสูตรหรือทำ Macro เพื่อสร้างแผนภูมิข้อมูลใดๆ แถมยังสามารถแชร์เอกสาร Excel ไปยังโซเซียลได้ด้วยฟีเจอร์  Share on the social ด้วยรูปแบบของการ Embed worksheet ออกไป

Microsoft Outlook 2013

ถือเป็นโปรแกรมยอดนิยมอีกตัวที่หลายคนขาดไม่ได้ที่จะมีไว้รับ-ส่งอีเมล์กันเพราะเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายและส่วนมากก็จะต้องใช้เมื่อทำงานในองค์กรต่างๆ

หน้าตาของ Outlook 2013 นี้มีการปรับให้ซ่อนเมนูทางด้านซ้ายให้เล็กลงเป็นปุ่มเล็กซึ่งสามารถกดขยายได้ เพื่อให้ผู้ใช้มีพื้นที่ในการอ่านเมล์ได้สะดวกขึ้นแบบไม่ต้องกด Double click ให้เปิดหน้าจอเพื่ออ่านเมล์อีกหน้าจอนึง และในโหมด Calender นั้นเราจะเห็น Weather bar แสดงสภาพอากาศให้เรารู้ได้ด้วยก่อนที่นัดหมายนั้นจะเกิดขึ้นซึ่งช่วยผู้ใช้ให้คำนวนเวลาการเดินทางได้สะดวกขึ้น และที่สำคัญเราสามารถนำอีเมล์จากที่อื่นที่ไม่ใช่ Exchange Server มาแสดงผลบน Outlook 2013 นี้ได้แล้วด้วยพร้อมฟีเจอร์ Exchange ActiveSync เพื่อเชื่อมต่อดึงข้อมูล Email, Contact, Calendar จากบริการของ Hotmail, Gmail หรือจากบริการเมล์อื่นๆมาไว้ที่เครื่องได้ด้วย และอีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือเราสามารถเชื่อมต่อโซเซียลเพื่อดู feeds ต่างๆใน Outlook 2013 นี้ได้เลยไม่ว่าจะเป็น LinkedIn, Facebook, Windows Live Messenger จากการสร้างบัญชีประเทภ Social Network Accounts

ภาพรวมของ Microsoft Office 2013 Preview

 

โดยรวมแล้ว Microsoft Office 2013 นั้นจะทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกอุปกรณ์และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลข้ามโปรแกรมกันได้ การนำเอาระบบ Cloud syncing มารวมไว้ในทุกโปรแกรมเพื่อง่ายต่อการจัดเก็บและเรียกใช้ได้สะดวกไม่ว่าจะอยู่ที่ใดผ่าน SkyDrive folder ที่อยู่บนเครื่องหรือสามารถเข้าผ่านอุปกรณ์ต่างๆได้เช่นกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ทั้งแบบ Online (ผ่าน Web App) หรือ Offline ได้อย่างไม่มีปัญหา และอีกจุดที่หน้าสังเกตคือในเวอร์ชั่น 15 นี้ทางไมโครซอฟดันบริการ Office 365 ที่เป็นบริการในรูปแบบเว็บออนไลน์รวมเข้ากับ Office 15 นี้และคาดว่าจะใช้ชื่อ Office 365 ในการทำตลาดซึ่งคงต้องดูกันต่อไปว่าทิศทางของชุดโปรแกรมดังของไมโครซอฟตัวนี้จะเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องและจะประสบความสำเร็จได้อีกหรือไม่ เพราะว่าตอนนี้ระหว่าง Office 2013 และ Office 365 นั้นก็ดูมีความใกล้เคียงเป็นอันหนึ่งอันเดียวเข้าไปทุกทีแล้ว กล่าวคือ Office 2013 คือชุดโปรแกรมที่สามารถซื้อได้เป็นรายบุคคล ส่วน Office 365 คือบริการที่อยู่ในรูปแบบสมัครสมาชิกและรับสิทธิการใช้งานตามโควต้าที่เลือก ซึ่งในบริการที่ให้ก็จะมีให้ใช้ชุดโปรแกรม Office 2013 รวมอยู่ด้วยนั่นเอง

ตัวอย่างการใช้งานบนอุปกรณ์ Touchscreen

ตัวอย่างการใช้งาน Virtual keyboard

Facebook Comments

Connect on Facebook: