กว่า 200 ฟีเจอร์ที่จะได้ใช้กันใน iOS 6 มีอะไรบ้างไปดูกัน

ก่อนหน้านี้เราเคยได้นำเสนอเกี่ยวกับ กว่า 200 ฟีเจอร์ที่มีใน iOS 5 กันไปแล้ว และช่วงนี้ก็ดูเหมือนว่าจะใกล้วันที่เราจะได้เห็น iPhone 5 (ยังไม่แน่ว่าจะใช้ชื่อนี้ไหม อยากจะเป็น The new iPhone ก็ได้) เข้าไปทุกทีสำนักข่าวและ Blog ไอทีทั้งหลายต่างพากันนำรูปตัวอย่างของไอโฟน รุ่นถัดไปเอามาให้ดูกันว่าน่าจะออกแบบมาในลักษณะต่างๆ ตามข่าวลือที่แพร่ออกมายาวนานเป็นปีๆ (ข่าวลือมาตั้งแต่ก่อนจะมี iPhone4S) ซึ่งทั้งหมดนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าจริงๆแล้ว Apple จะมีหน้าตายังไง แต่วันนี้สิ่งที่เราทราบก่อนได้แน่คือระบบปฏิบัติการตัวใหม่ iOS 6 ที่ทางแอปเปิ้ลได้ปล่อยออกมาให้บรรดาเหล่า Developer ได้ดาวน์โหลดกันไปทดลองใช้กันก่อนแล้ว โดยเราก็ได้ทำการรวบรวมรายการอัพเดทต่างๆเหล่านั้นมาให้ได้ดูกันถึงว่า 200 รายการที่คงจะได้ใช้งานกันพร้อม iPhone 5 ที่คาดการณ์กันว่าน่าจะใกล้เปิดตัวในอีกไม่นานนี้ โดยตอนนี้ทางแอปเปิ้ลได้ปล่อย iOS 6 Beta ออกมาเป็นครั้งที่ 3 แล้วซึ่งมีรายการดังต่อไปนี้

รายการอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆของ iOS 6 Beta 1

  1. Siri เปิดให้ใช้บน iPad 3 (ต้องรอดูต่อว่าจะรองรับ iPod Touch 4th Gen, iPhone 4 หรือไม่)
  2. Newly designed App Store App. (คาดว่าน่าจะมีข้อมูลการดาวน์โหลดทั้ง Apps, Music, Videos, iBook และอื่นๆเข้ามาไว้ในที่เดียวเหมือน Google Play Store ที่ง่ายและดูประวัติการซื้อได้จากที่เดียว )
  3. Redesigned หน้าตาของ iBookStore ใหม่
  4. เพิ่มส่วนของ Share Menu สำหรับ Apps, Music, Books หรือ videos บน Email, Facebook, Twitter, Messages หรือจะทำการ Copy item link แล้วนำไปแชร์ยังผ่าน Share menu ก็ได้
  5. New Apple Maps: จะไม่มี Google Maps บน iOS อีกต่อไป (และได้ร่วมมือกับ TomTom และ OpenStreetMap สำหรับข้อมูลแผนที่)
  6. Multi-touch รองรับการทำงานแบบ rotations, zoom-in & out, และการหมุนองศาทำมุมของหน้าจอ
  7. แผนที่แสดงข้อมูลจรารจร traffic information (user-driven feature by collecting anonymous data), ซึ่งเชื่อมต่อข้อมูลกับบริการของ Yelp และมีข้อมูลกว่า 100 พันล้านแหล่งที่เป็นประเภทธุรกิจร้านค้าทั่วโลก
  8. แผนที่ แบบใหม่จะแนะนำเส้นทางพร้อมทั้งแสดงผลแต่ละจุดให้ไปได้ด้วยระยะเวลาที่สั้นลง โดยแสดงผลอย่างละเอียดทุกครั้งที่ทำการเปลี่ยนจุดเลี้ยว
  9. แผนที่เชื่อมต่อกับ Siri ในการบอกเส้นทางและระยะเวลาได้ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะไปถึงจุดหมาย
  10. แผนที่แบบใหม่จะแสดงผลเป็น vector maps และมีการ์ดข้อมูลของสถานที่นั้นๆให้กดดูได้
  11. สามารถสั่งแสดงผลแบบ 3D View ได้ด้วยปุ่ม ON/OFF
  12. Flyover Maps คือเทคโนโลยีที่ใช้แสดงผลแผนที่ใหม่แบบ 3D ซึ่งจะทำการแสดงภาพจากข้อมูลที่เป็นแบบ satellite view (รองรับเฉพาะ  iPhone 4S, iPad 2 เป็นต้นไป)
  13. แสดงผล Satellite view แบบใหม่
  14. สามารถกดรายงาน Report bugs ให้กับแอพ maps ได้ ตรงนี้คงเพราะเป็นแอพใหม่ที่มาแทน Google Maps ของเดิมทาง Apple เลยต้องการ feedback ของการใช้งานจริง คาดว่าถ้ามันสมบูรณ์กว่านี้ทาง Apple ก็คงเอาออกไปหลังปลดคำว่า Beta ออก
  15. ในส่วนของการซูมออก (Zooming-out) ภาพของแผนที่ออกไปจะสามารถขยายแผนที่ออกไปได้จนสามารถเห็นเป็นโลกได้ทั้งใบหรือที่เรียกว่า Earth view (คล้าบกับ Google Earth)
  16. Battery Percentage แสดงผลแบตเป็นเปอร์เซ็นต์ได้บน iPod Touches
  17. เพิ่มแปลภาษา French, German และ Spanish
  18. ปุ่ม On/Off Switch สำหรับการเปิด-ปิด การพูดบอกเส้นทางเมื่อต้องเลี้ยวซ้ายหรือขวาตามเส้นทางต่างๆบนแผนที่
  19. สามารถดูเส้นทางได้แม้จะทำการ lock-screen ไปแล้ว
  20. Multitasking จะทำงานได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในโหมด landscape (เป็นการ fix bug ที่เกิดขึ้นในเวอร์ชั่น 5.1.1)
  21. Siri ฉลาดขึ้น: สามารถบอกข้อมูลประเภทผลกีฬา หรือเกมส์การแข่งขั้นต่างๆได้ทั้งตอนแข่งและหลังจบการแข่งขันก็จะแจ้งเราได้ทันที
  22. Siri ทำการเชื่อมระบบกับบริการด้านข้อมูลร้านอาหารอย่าง Yelp และ OpenTable
  23. Siri ทำการเชื่อมระบบกับบริการข้อมูลประเภทภาพยนต์อย่างYelp, IMDB และ Fandango ซึ่งจะสามารถดูตัวอย่าง อ่านรีวิว และตรวจสอบรอบหนังที่เข้าฉายได้จากบริการทั้ง 3 เจ้าผู้ให้บริการ
  24. Siri สามารถสั่งเปิดแอพบนเครื่องได้แล้ว
  25. Siri จะเชื่อมระบบเข้ากับระบบอัจฉริยะของรถยนต์ค่ายดังในการบอกข้อมูลหรือสั่งการทำงานต่างๆเช่นรับสาย เปิดเพลง บอกเส้นทาง เป็นต้น
  26. Siri จะรองรับการสั่งงานด้วยภาษาต่างๆเพิ่มอีกซึ่งจะรองรับการใช้งานในอีก 15 ประเทศได้แก่ French for Canada, Spanish for Spain, Mexico, and the US. Italian for Switzerland. Italian, German และภาษา Korean. (Siri จะสามารถฟังและพูดภาษาเหล่านี้ได้แล้ว)
  27. Local searches จะรองรับการใช้งานได้ทั่วโลกแล้ว
  28. Siri จะแสดงผู้ข้อมูลบุคคลนั้นๆได้เมื่อถามชื่อของคนๆนั้น
  29. Facebook’s deep integration จะทำงานได้คล้ายกับของ Twitter
  30. Facebook จะทำงานร่วมกับ Siri ได้แล้ว
  31. Siri จะสามารถบอกสถานที่ที่เราอยู่ได้
  32. Facebook จะเชื่อมโยงกับ App Store รวมทั้ง Music และ Videos ในการค้นหารายชื่อ Title ร่วมกับเพื่อนของเราบนเฟสบุ๊ค
  33. Facebook จะถูกรวมข้อมูลเข้ากับ contacts & calendars ทั้งที่เป็น Facebook events และ birthdays
  34. Faceboook API จะมีให้ใช้สำหรับนักพัฒนาแล้วซึ่งเดิมจะใช้จากการดาวน์โหลดผ่าน Facebook developer ตอนนี้จะรวมมาให้ใน iOS 6 แล้ว
  35. New Phone App: ทำการออกแบบ UI สำหรับแป้นพิมพ์ใหม่ (new keypad)
  36. ฟีเจอร์การปฏิเสธสายเรียกเข้าด้วยข้อความ text message หรือข้อความเสียง voicemail ดังรูปตัวอย่างด้านล่างนี้
  37. กรณีมีสายเรียกเข้ามา หน้าจอจะไม่อยู่ภายใต้ส่วนของ lock-screen แล้ว
  38. Remind Me Later / Callback reminder: เราสามารถกำหนดการโทรกลับในกรณีที่ไม่สามารถรับสายได้ทั้งแบบตั้งเวลาหรือ ตามสถานที่ได้ เช่นตั้งให้เตือนเราให้โทรกลับสายที่ไม่ได้รับเมื่อเรากลับมาถึงบ้าน (location-based) หรือตั้งว่าอีก 1 ชั่วโมงให้เตือนว่ามีสายที่ต้องโทรกลับ (time-based)
  39. สามารถสร้างข้อความสำหรับตอบกลับกรณีตัดสายทิ้งได้ (โยงกับข้อ 36)
  40. Do Not Disturb mode โหมดนี้ถ้าเลือกให้ทำงาน เราจะไม่เห็นการแจ้งเตือนใดๆแสดงขึ้นมาเลยจนกว่าจะกดเปิดหน้าจอแล้วเห็นไอคอนแสดงบอกเอง เหมาะกับกรณีที่เรากำลังทำงานกับแอพใดๆอยู่ หรือกำลังดูวีดีโออยู่ก็จะไม่มีอะไรมาเตือนแทรกให้เสียสมาธิ เป็นต้น
  41. Do Not Disturb จะสามารถตั้งค่าได้ทั้ง enable / disable สำหรับหมายเลขที่จะโทรเข้ามาบางเบอร์ได้
  42. ใน กรณีที่มีใครบางคนโทรเข้ามาบ่อยมากในระยะเวลาอันสั้นๆ เช่นอาจมีใครซักคนโทรมาเพราะมีเรื่องด่วน ระบบจะดังขึ้นมาให้เห็นว่าหน้าจอมีใครกำลังต้องการให้ติดต่อกลับและจะทำการ โทรกลับไปเดี๋ยวนั้นหรือไม่
  43. FaceTime รองรับการทำงานผ่านระบบ Cellular / 3G / 4G
  44. Unify Apple ID with Phone Number: ตอนนี้เราสามารถเชื่อม Apple ID เข้ากับเบอร์โทรศัพท์เพื่อใช้งาน Face-time calls, iMessages ทั้งบน iPad หรือบน Mac ได้แล้ว
  45. Improved Safari: ปรับปรุงการทำงานของ JavaScript ให้เร็วขึ้น
  46. iCloud Tabs on Safari: ตอนนี้สามารถแชร์ข้อมูล tabs ที่เปิดจาก iPad หรือ Mac ส่งไปยัง iCloud บนโทรศัพท์เพื่อสะดวกต่อการจดจำเว็บไซต์ที่เราเปิดเข้าบ่อยๆได้
  47. Offline reading รองรับสำหรับ Safari บน iPhone 4, iPad 2 ขึ้นไปแล้ว
  48. การอัพโหลด photos / videos สามารถทำผ่าน web forms บน Safari ได้แล้ว
  49. ในการณีที่ต้องการอัพโหลด photos / videos ผ่านหน้าเว็บนั้นจะมีให้เลือกอยู่ 2 แบบคือ 1.) Take a picture / video หรือ 2.) เลือกจาก Choose from Gallery
  50. Photo Streams: จะรองรับทุกอุปกรณ์ของ Apple และจะสามารถแชร์หรือคอมเม้นท์ก็ได้
  51. Stream photos บนเครื่อง Mac จะทำเป็น screensaver ได้
  52. Photos app จะแสดง notification badges เพื่อให้กดเพื่อ shared photos & comments
  53. Photo Steams จะมีปุ่มเล็กๆเรียกว่า granular control เพื่อระบุว่าเราจะแชร์รูปนั้นให้ใครดูได้
  54. Mail Enhancement: VIP mailbox, VIP List. Emails ที่ถูกระบุผู้ส่งมาว่าเป็น VIP จะสามารถอ่านและตอบได้จากหน้า lock-screen ได้ทันที (รองรับเฉพาะ iPhone 4, iPad 2 เป็นต้นไป)
  55. Customize Notification for each mail account: ตอนนี้สามารถจะระบุการแจ้งเตือนอีเมล์ได้ในแต่ละ Mail account แล้วในกรณีที่เรามีหลาย Mail account ที่ใช้งานบน iPhone
  56. กดค้างแล้วเลื่อนลงหรือที่เรียกว่า Pull-down เพื่อทำการ refresh mailboxes ได้แล้ว
  57. ความสามารถในการป้อนรหัสผ่านเพื่อเปิดเอกสารที่มี password-protected ในเมล์ได้
  58. สามารถระบุ signature ลงท้ายในแต่ละ Mail account แตกต่างกันได้
  59. กำหนด Flag emails ได้
  60. ทำการแทรก photos / videos ลงไปในเมล์แต่ละฉบับได้
  61. ปรับการแสดงผล Weather App ให้ดูสบายตาและสวยขึ้น
  62. ปรับการแสดงผล Stocks App ให้ดูสบายตาและสวยขึ้น
  63. Passbook App (คล้ายกับแอพกระเป๋าสตางค์): ถือเป็นแอพใหม่ (เปิด APIสำหรับนักพัฒนาด้วย) ที่เป็นเหมือนแอพที่เก็บข้อมูลสำคัญๆอย่าง Movie Tickets, Boarding Passes ไว้ในตัวแอพนี้เพื่อเรียกมาใช้งาน ด้วยการออกแบบหน้าตาเป็นเหมือนบัตรที่เรามีในกระเป๋าสตางค์ (เช่นบัตรเครดิต) ซึ่งในอนาคตนักพัฒนาสามารถสร้างการ์ดข้อมูลขึ้นมาได้และสั่งให้ Passbook App นี้เรียกใช้งานได้ด้วยอย่าง Starbucks ก็สร้างการ์ดขึ้นมาให้ผู้ใช้เก็บข้อมูลบัตรแทนเงินสดเพื่อใช้ซื้อกาแฟ เป็นต้น ซึ่งง่ายที่ไม่จำเป็นจะต้องพกบัตรหรือการ์ดข้อมูลใบจริงเพียงแต่ใช้ Passbook นี้มาเก็บข้อมูลแทนพร้อมกับมีการเข้ารหัสอยู่ในตัวเพื่อความปลอยภัย
  64. Passbook app จะแสดงข้อมูลล่าสุดพร้อมแจ้งเตือน และสามารถระบุตำแหน่งของข้อมูลที่จะอัพเดทได้ ตัวอย่างเช่นข้อมูลเที่ยวบินของเรา เมื่อสายการบินทำการเปลี่ยนเวลาการบิน Passbook ที่มีการ์ดของตั๋วเที่ยวบินเราก็จะทำการแจ้งเตือนผ่าน Passbook มาให้เราทราบเวลาที่เปลี่ยนแปลงทันที
  65. การจ่ายเงินและการใช้คูปอง สามารถทำรายการได้ผ่าน Passbook app ได้
  66. แสดงข้อมูลด้านการเงินในเวลาปัจจุบันได้ (ต้องทำการบันทึกข้อมูลบัญชีเอาไว้ก่อน)
  67. Passbook รองรับ QR Codes
  68. Guided Access บนหน้าจอปรับให้ทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมและปรับแต่งได้
  69. Single App Mode for iPad: บนไอแพดสามารถตั้งค่าให้ทำงานแบบแอพเดียวได้ เพื่อไม่ต้องการให้แอพอื่นมารันแทรกรบกวน หรือตัวอย่างคือให้นักเรียนใช้แอพบางตัวในการสอบ ซึ่งเขาจะไม่สามารถเปิด Safari ขึ้นมาเพื่อหาข้อมูลได้ หรืออย่างที่เราเคยเห็นตามงานอีเว้นท์ต่างๆ เราก็ตั้งค่าให้เปิดแต่แอพที่เราต้องการให้ลูกค้าเล่นเพียงตัวเดียวเท่านั้นได้ ทั้งหมดนี้จะทำได้บน iPad เท่านั้น
  70. Voice-over Gestures
  71. Lost Mode: ในกรณีที่เราทำเครื่องหาย สามารถที่จะสั่งเครื่องเป็นสถานะ Lost Mode เพื่อแสดงหมายเลขติดต่อกลับไปแสดงบนหน้าจอที่ Lock ไว้ และถ้าใครก็ตามที่เจอเครื่องของเราเขาก็จะสามารถแตะตรงเบอร์ที่เราระบุไปให้ขึ้นที่หน้าจอ iPhone ก็จะโทรออกไปยังหมายเลยนั้นให้เลย
  72. เราสามารถเห็นเส้นทาง location trails ได้แม้เครื่องของเราจะเปลี่ยนตำแหน่งไป
  73. สามารถทำการ pair Bluetooth ผ่านตัวแอพได้
  74. Game Center improvements: ความสามารถจะรองรับการเล่นแบบหลายคนหรือเรียกว่า multi-player ได้ทั้งบน iPad และ Mac
  75. Game Center สามารถทำการ synce กับระบบ OS X ได้
  76. In-built apps ทั้งหมดจะทำงานได้เสถียรขึ้น
  77. full-screen บนแอพ Safari จะแสดงผลได้ในโหมด landscape
  78. ปรับแป้นพิมพ์ภาษาจีนให้ทำงานได้ง่ายและเร็วขึ้น
  79. Chinese dictionary จะถูกใส่มาให้แล้วเป็นแบบ In-built
  80. ขยายตัวอักษรแบบเขียนของภาษาจีนเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
  81. Safari จะถูกฝังระบค้นหาของ Baidu search engine มาให้สำหรับผู้ใช้งานในจีน
  82. สำหรับผู้ใช้งานในจีนจะสามารถแชร์ภาพ วีดีโอ จากบริการอย่าง Youku และ Tudou ได้ง่ายๆ
  83. Personal Dictionary จะทำงานบน iCloud: เมื่อผู้ใช้ทำการใส่คำใหม่ๆเข้าไปใน dictionary มันก็จะทำการใส่คำใหม่นั้นให้บนอุปกรณ์อื่นๆของเราด้วยผ่าน iCloud
  84. Download สามารถทำการดาวน์โหลดคำศัพท์ใหม่ๆได้เมื่อมีการปล่อยอัพเดทออกมา
  85. Clock App for iPad จะมีมาให้พร้อมไอคอนแบบใหม่
  86. Video app จะสามารถดูรายการแบบแบ่งเป็น Season Season-wise episodes ได้
  87. Modified settings app การตั้งค่าของแอพจะถูกจัดเป็นหมวดหมู่หาได้ง่ายขึ้น
  88. การตั้งค่า Privacy setting แบบใหม่
  89. การแจ้งเตือนแบบใหม่จากภาครัฐเรียกว่า Government Alerts อย่างเช่นในอเมริการก็จะมีบริการแจ้งเตือนจากหน่วยงานของ AMBER Alert & Emergency Alerts
  90. กดส่งข้อความ Tweets หรืออัพเดท Facebook status จากบริเวณ Notification Center ได้แล้ว
  91. Enhanced iCloud จะมีความสามารถปรับแต่งและฟังชันก์ใหม่ๆเพิ่มมาให้อีก
  92. Documents on iCloud: ทุกเอกสารของ Apple apps (Pages, Numbers, Keynote และอื่นๆ )  จะสามารถเรียกใช้งานผ่าน iCloud หรือจะผ่าน third-party apps ที่เรียกผ่าน API ของ Apple app อีกทีนึงได้
  93. Voice Diction เพื่อออกเสียงคำจะมีให้สำหรับ iPhone 4S, The new iPad ขึ้นไป
  94. More option จะมีให้เลือกใช้งานสำหรับการแชร์เว็บบน Safari เพื่อส่งต่อให้กับFacebook, Twitter, Mail, Message, Print, Copy, Bookmark และอื่นๆที่จะเพิ่มมาในอนาคต)
  95. สามารถสั่งให้ Siri ทำการโพสข้อความไปยัง Twitter ได้แล้ว
  96. Siri สามารถพูดแจ้งเตือนให้กับ notifications ต่างๆได้
  97. Post high scores from Game Center to Facebook
  98. เมื่ออยู่ในแอพ Safari เราสามารถจะทำการถ่ายรูปหรือถ่ายวีดีโอได้โดยไม่ต้องปิดโปรแกรมก่อน เช่นเข้าหน้าเว็บที่ให้อัพโหลดรูปภาพหรือวีดีโอ ก็สามารถกดแล้วเลือกถ่ายใหม่ได้เลย
  99. Game Center friends จะมาจากเพื่อนบน Facebook รวมอยู่ด้วย
  100. IPv6 จะรองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบ WiFi และ LTE
  101. การทำงานของโหมด HDR ในกล้องจะดีขึ้นกว่าเดิม
  102. ทำการออกแบบหน้าตาของ Music app ใหม่ซึ่งจะดูมีความเป็นเงิน silver UI มากขึ้น
  103. จะมีหน้าแสดงผลเป็น Banner overlay ขึ้นมาให้เรากดฟังตัวอย่างเพลงสำหรับ Music Previews
  104. จะมีหน้าแสดงผลเป็น Banner overlay ขึ้นมาให้เรากดฟังตัวอย่างเพลงสำหรับ Music Preview history ด้วยเช่นกัน
  105. ในกรณีที่เพลงไม่มีภาพประกอบก็จะมีรูป New Default Album Art แบบใหม่มาแสดง
  106. เมื่อเราค้นหาเพลงใน Music app แล้วไม่พบเพลงนั้นก็จะแสดงผลคว่า ‘Continue search on iTunes Store’ อยู่ด้านล่างให้เราค้นเพลงนั้นบน iTunes อีกต่อ
  107. Shuffle & Repeat จะแสดงผลเป็นสีส้มเมื่อสั่งเปิดการทำงานไว้
  108. Volume Slider shine ตรงบริเวณปรับความดังของเสียงจะเห็นว่าบาร์ที่ปรับนั้นจะมีเสียงเงาตามมุมองศาของเครื่อง ณ ตอนนั้นด้วย ซึ่งมันจะคล้ายกับเป็นวัสดุจริงๆเลย (ดูภาพประกอบที่ iDownloadBlog)
  109. การแสดงผลขณะเล่นเพลงแบบใหม่
  110. ‘New’ ribbon จะแสดงขึ้นมาเป็นแถบเล็กๆให้เห็นสำหรับแอพที่เพิ่งติดตั้งมาใหม่ๆ เมื่อกดเข้าใช้งานแล้วก็จะหายไป
  111. Song Alarm tone: เราสามารถเลือกเพลงในเครื่องมาทำเป็นเสียงนาฬิกาปลุกได้
  112. ในแอพ Store App จะเพิ่มปุ่ม ‘Open’ ให้เราสั่งเปิดโปรแกรมที่ติดตั้งในเครื่องแล้วขึ้นมาได้
  113. Buy favorite apps ทำการกำหนดค่าว่าชื่นชอบให้กับแอพนั้นๆได้
  114. ในแอพ Safari จะสามารถค้นหาแอพได้
  115. Kernel ASLR คือแกนระบบเพื่อความปลอดภัยที่จะมีเข้ามาเพิ่ม
  116. รอบรับ Global Network proxy สำหรับการเชื่อมต่อผ่าน HTTP
  117. ปรับการทำงานของคีบอร์ดให้ดีขึ้นรวมไปถึง layouts ต่างๆด้วย
  118. เพิ่ม Auto correction ให้สำหรับทุกคีย์บอร์ด
  119. ส่วนของ contacts จะนำค่าของ info fields ไปใช้กับระบบค้นหาเพื่อให้เรากด Search ข้อมูลค่านี้ได้
  120. ความสามารถในการจัดเรียง (Sort) หรือการข้ามช่วงข้อมูล (Omit) ในส่วนของ Groups, Facebook contacts หรือ iCloud contacts ได้
  121. ทำการ highlights คำสำหรับการออกเสียงพูดได้
  122. ทำการอ่านข้อความตามช่วงที่เลือกไว้ได้
  123. เพิ่มความสามารถในการช่วงฟังได้ (รองรับ iPhone 4S เป็นต้นไป)
  124. ในส่วนของ Maps ซึ่งมีฟีเจอร์ AssistiveTouch และ Zoom จะปรับปรุงการทำงานเสียงเข้าไปด้วยเรียกว่า VoiceOver commands
  125. ทำการออกแบบหน้าตาของ Camera App ใหม่
  126. การตั้งค่า Settings สำหรับ messages จะมีให้เลือกว่าจะตั้งสำหรับ “Show iMessage notifications for Everyone or My Contacts Only” คือแจ้งเตือนทุกข้อความหรือเตือนเฉพาะข้อความของคนที่อยู่ใน My Contact เท่านั้น
  127. Find My Friends feature: สำหรับผู้ปกครองจะสามารถต้องค่าเพื่อดูสถานที่ของเด็กๆได้ (จำเป็นต้องตั้งค่าที่เครื่องของเด็กๆไว้ก่อนเพื่อขอดูได้)
  128. App Store เปิดทำงานตลอด เมื่อทำการดาวน์โหลดแอพใดๆตัว App Store จะทำงานอยู่เบี้องหลังตลอดเวลา
  129. App Store จะแสดงส่วนของ download progress bar ให้เห็นในนั้นด้วย
  130. Status bar ด้านบนจะปรับสีให้เข้ากับพื้นหลังเพื่อความสวยงามมากขึ้น
  131. ไม่มีไอคอน Lock บนหน้าจอเมื่อเราทำการ lockscreen อีกต่อไปแล้ว
  132. Download หรือ update แอพที่เราซื้อไปแล้วหรือทำการติดตั้งไปแล้วจะเมื่อลบออกและมาทำการติดตั้งใหม่หรือทำการอัพเดทใหม่ ก็จะไม่มาถามรหัสผ่านเพื่อดาวน์โหลดอีกครั้งแล้ว
  133. มีไอคอนของ Emoji / Emoticons แบบใหม่
  134. Full access to M.A.P (Message Access Profile) สำหรับการใช้งาน Bluetooth ระบบจะสามารถสั่งงานด้วยเสียงได้เพื่ออ่านข้อความ อ่านอีเมล์(ทั้งรับและที่เราส่งไปแล้ว) มาให้เราฟังได้ซึ่งตรงนี้จะเชื่อมต่อเข้ากับระบบของรถยนต์ เพื่อความปลอดภัยในการขับรถ
  135. บน iPad ตรงส่วนของ settings จะมีการแยก bars ทางด้านซ้ายออกไปให้เห็นเมนูง่ายขึ้น
  136. Stream songs using iTunes Match เราสามารถฟังเพลงท่อนตัวอย่างก่อนการดาวน์โหลดได้ผ่านระบบ simple online streaming.
  137. Safari Web Inspector for Developers สำหรับ iPhone & iPad บนแอพ Safari จะเพิ่มฟีเจอร์ ‘Remote debugging’ มาให้ดูค่าต่างๆของหน้าเว็บเพื่อนักพัฒนาสามารถตรวจดูข้อมูลในการทำงานของหน้าเว็บได้ (คล้ายกับฟีเจอร์ rel=”nofollow” target=”_blank”>Chrome for Android Remote Debugging)
  138. Smart App Banners บนแอพ Safari จะมีหน้าต่างเล็กๆสำหรับการดาวน์โหลด native app ที่อยู่บน App Store ผ่านแอพ Safari ซึ่งรองรับเวอร์ชั่นทั้ง mobile version และ website ปกติ
  139. การปรับแต่ MUSIC EQ mode จะมีโหมดใหม่เพิ่มขึ้นมาคือ Late Night Mode
  140. Brightness bar จะถูกปรับให้อัตโตมัตืเมื่อเลือกว่าให้ปรับตามแสงจริงๆที่เครื่องวัดได้
  141. Brightness setting จะถูกย้ายตำแหน่งไปอยู่ข้างในของเมนู ‘Wallpapers & Brightness’
  142. เพิ่มรูป wallpapers แบบใหม่มาให้
  143. Wallpaper previews แสดงผลตัวอย่างกับหน้าจอปัจจุบันแทนการกดทดลองใช้แบบ pre-made template
  144. ‘Time since last full charge ‘ ที่มีอยู่ใน iPhone จะแสดงให้เห็นบน iPad & iPod Touch ด้วยแล้ว
  145. Stocks.app on iPad จะมีมาบน iOS 6 พร้อมรองรับการทำงานร่วมกับ Siri ด้วย แต่จะมีปรากฏบนหน้า Home Screen หรือ Spotlight search. (ต้องพูดบอก Siri ว่า “Open Stocks App”. คาดว่าอยู่ในช่วงทดสอบและน่าจะแสดงอยู่บนหน้า Home Screen ในเวอร์ชั่นใช้งานจริง)
  146. Spotlight search แสดงผลชื่อ folder ที่มีแอพอยู่ในนั้นได้แล้ว
  147. Shutdown spinner ตอนปิดเครื่องจะมีไอคอนหมุนๆซึ่งก็แสดงผลรองรับหน้าจอแบบ retina ด้วย (ใส่ใจแม้กระทั่งไอคอนนี้ ^__^)
  148. Safari on iPad สามารถเปิด Tab ได้มากถึง 25 Tabs
  149. Safari จะแสดงข้อความ ‘cannot open page because the device is not connected to the Internet’ แทนข้อความเดิมที่บอกแค่ว่า error message.
  150. เมื่อเรากดค้างที่ navigation buttons บน Safari มันจะทำการเปิดหน้าที่เปิดไปแล้วหรือหน้าก่อนหน้านี้ที่ปิดไปมาให้เลือกในแต่ละ URL
  151. ส่วนของรูปภาพทำการเพิ่มคำว่า ‘-fix’ ลงไปในไฟล์ภาพเมื่อทำการบันทึกลงไปใหม่
  152. Find My iPhone: จะแสดงสถานะของการชาร์ตแบตเพิ่มเข้ามา
  153. เมื่อทำการกดค้างที่ปุ่ม ‘compose new mail’  เราจะพบว่ามีตัวเลือกให้เลือกสองแบบคือ: New Mail หรือ Select from draft
  154. ปรับการแสดงผล calendar UI: การแสดงผลแบบ weekdays จะถูกแก้ไขให้สมบูรณ์
  155. Share Calendarสามารถแชร์ปฏิทินจากแอพได้
  156. ปรับการแจ้งเตือนบน iCloud. ถ้าใครใช้เว็บ iCloud ก็จะพบว่ายังมี Bug อยู่หลายส่วนของการแจ้งเตือน เช่นแจ้งเตือนซ้ำกัน หรือเปิดอ่านบนอุปกรณ์ไปแล้วแต่การแจ้งเตือนก็ยังมีอยู่บนเว็บ เป็นต้น
  157. หน้าตา Pop-up notification boxes ถูกปรับให้สวยและดูง่ายขึ้น
  158. ตอนนี้แต่ละแอพจะมีการตั้งให้ต้องทำการขออนุญาตเข้าไปใช้งานได้อีกชั้นนึงเรียกว่า require user’s permission เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลสำคัญที่อาจมีใครที่ไม่ได้รับอนุญาตมาใช้เครื่องเราแล้วเข้าไปกดเพื่อเปิดแอพที่มีข้อมูลสำคัญ ซึ่งจะสามารถตั้งค่าได้ในแต่ละแอพว่าให้เป็น enabled หรือ disabled ตรงส่วนของ settings (ซึ่งแอพที่จะรองรับในช่วงแรกได้แก่ Photos, Reminders, Contacts, และ Calendars ซึ่งในอนาคตนักพัฒนาแอพต่างๆก็สามารถปรับปรุงแอพให้รองรับฟีเจอร์นี้ได้เช่นกันจากการเรียกใช้งานที่ Apple เปิดให้ผ่าน API)
  159. App Store และ iTunes จะถูกรวบการตั้งต่าเข้าไว้ด้วยกันใน Settings app
  160. เมื่อเรากำลังฟัง podcast หรือ Audio-books เราสามารถทำการกดข้ามช่วงไปข้างหน้า หรือย้อนหลังได้เป็นเวลา 15 วินาที ซึ่งทำได้จากหน้า lockscreen หรือหน้า multitasking bar ด้านล่างก็ได้ (ดูภาพด้านล่างประกอบ)
  161. ตั้งค่า Custom Vibrations สำหรับ alerts ได้
  162. ใน Safari ระบบค้นหาของ Google search จะทำงานแบบ secure mode ได้แม้เราไม่ได้ทำการ Login เข้าสู่ Google account ก็ตาม
  163. เมื่อเรากดแผนที่บนผลการค้นหาของ Google search บน Safari มันก็จะแสดงผล Google Map บนหน้าเว็บได้เลยซึ่งเดิมจะไปเปิดแอพ Maps.app มาให้เราอีกทีซึ่งเสียเวลาและอาจจะหลุดสมาธิการท่องเว็บอยู่ แต่ตอนนี้จะไม่ต้องหลุดจาก Safari ออกไปเปิดแอพมาแสดงผลอีกต่อไปแล้ว
  164. เพิ่มความสามารถของการกดปุ่ม Home ให้รองรับความเร็วตอนกด 2 ครั้งติดกัน หรือ 3 ครั้งติดกัน  โดยกำหนดความเร็วของการกดได้ว่าจะเอาให้รับแบบกดด้วยจังหวะเร็วแบบปกติ แบบช้าลง หรือแบบช้ามาก ได้แล้วแต่ใครจะถนัด
  165. New tab บนแอพ Safari จะเปิดหน้าใหม่ทางขวามือขึ้นมา ณ ตำแหน่ง Tab ที่กดแทนที่จะไปอยู่ขวาสุดของทุก Tab แบบเก่า
  166. ถ้าเราเปิดการทำงาน Turn-by-Turn navigation ในการบอกเส้นทาง แล้วเราไปเปิดแอพอื่นขึ้นมาทำงาน มันก็จะมีหน้าจอเล็กแสดงผลแทรกขึ้นมาให้เราดูไปด้วยพร้อมกันเมื่อมีการเปลี่ยนเส้นทางเลี้ยวที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า
  167. ในกรณีที่มี upcoming events จะเกิดขึ้น ในหน้าของ Notification Center ก็จะแสดงวันเวลาเหนือวันที่ที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นๆขึ้นแสดงประกอบไว้ให้ดูด้วยซึ่งมาจาก Calendar events
  168. ในส่วนของ ‘About’ ที่อยู่ในส่วนของ settings เราสามารถทำการ copy ค่าที่แสดงอยู่ในนั้นได้ซึ่งเรียกว่าค่า long values อย่างเช่นสามารถจะ Copy ค่า Serial Number, WiFi Address โดยการกดค้างไว้แล้วเลือก copy ได้แล้วซึ่งสะดวกสำหรับใครที่ต้องการ copy เพื่อนำค่าเหล่านั้นไปใช้โดยไม่ต้องมานั่งหาอะไรจดเอาเอง
  169. EU volume limitตอนนี้จะเพิ่มการกำหนดค่าจากทางฝั่งยุโรปเพิ่มเข้ามา เพราะทางยุโรปจะบังคับการกำหนดความดังของเสียงเป็นกฏเอาไว้ซึ่งผู้ใช้จะไม่ต้องมากดหนดค่าเอง ถ้าเลือกค่า EU volume limit เป็นค่า ON เอาไว้เครื่องก็จะปรับระดับความดังตามกฏที่ทาง EU กำหนดเอาไว้ให้เลย
  170. Reminders app ตอนนี้จะแสดงเป็นป้าย badges สำหรับรายการ to-do list แต่ละรายการให้เห็นได้แล้วว่ารายการนั้นเป็นป้ายของเรื่องอะไรที่จะต้องทำ เช่นป้ายปฏิทิน ป้ายนาฬิกาปลุก ป้ายเตือนจากแอพชมรายการถ่ายทอดสดที่จะถึง เป็นต้น
  171. Mailboxes ของแอพ Mail.app สามารถจัดการเรียงตำแหน่งรายการในนั้นได้แล้วเช่น Inbox, Sent, Draft เป็นต้น
  172. หน้าจอแสดงข้อมูลและปุ่มต่างๆอย่างเช่นปุ่มปรับเสียง ปุ่มเปลี่ยนเพลง ปุ่มเมนูด้านบนจะถูกแสดงผลขึ้นมาถ้าพบว่าเครื่องถูกหมุนไปทางซ้าย หรือทางขวา ซึ่งถ้าอยู่นิ่งๆก็จะมีแต่รูป Album Art ชื่อเพลง เท่านั้น
  173. ในส่วนของ App Store app เราจะได้เห็นภาพ screenshots / images ในแบบ full-screen mode.
  174. App Store app  ก็จะแสดงข้อมูลประวัติของการอัพเดทมาให้เราดูจากรายการชื่อว่า ‘Updates’ history สำหรับแอพนั้นๆ
  175. ทำการกด Double-tapping บนวันที่ในปฏิทินของแอพ Calendar app ก็จะเป็นการเปลี่ยนเป็น ‘Day’ view.
  176. Volume จะถูกปรับระดับเองอัตโนมัติเมื่อ Siri ทำการพูดออกมาเพื่อให้เราได้ยินเสียงได้ชัดเจนตามสถานที่ ณ ตอนนั้น
  177. การปรับเสียงจะกดที่รูปที่เป็น Volume-Up และ Volume-Down ได้แล้วจากที่แต่เดิมมีรูปให้แต่ปุ่ม Up
  178. JPEG re-sampling คือมีการปรับปรุงการแสดงผลภาพประเภท JPEG บน Safari ให้ทำงานบนหน้าจอ Retina Displays ได้สวยขึ้น
  179. การค้นหาในแอพ Messages จะแสดงเวลา time-stamps มาให้ดูด้วย
  180. iTunes จะแสดงรายการ TOP 25 Apps มาให้ทันทีโดยไม่ต้องไปกดค้นหาแล้วจดปุ่ม ‘load more’ แล้วถึงจะได้เห็นรายการ Top 25 Apps
  181. สามารถทำการเรียงตำแหน่งใหม่ใน Reminders ได้เองแล้ว
  182. Bluetooth controls จะโชว์ออกมาด้านนอกไม่ได้อยู่ข้างใน settings แบบเดิม (ของเดิมจะอยู่ที่  Settings > General)
  183. ทำการรวมรายชื่อ contacts ไม่ให้ซ้ำกัน โดยต่อไปนี้จะไม่มีรายชื่อซ้ำกันเกิดขึ้นจากการที่มีรายการ Contact ของทั้ง Facebook และ iCloud contacts
  184. เราสามารถระบุได้ว่าจะใช่การเชื่อมต่อข้อมูลจากเครือข่ายมือถือ Cellular Data ว่าจะเป็นค่า ON/OFF สำหรับการดึงข้อมูลผ่าน iCloud Documents, Facetime & iTunes ได้เพื่อป้องกันเรื่องการใช้งานเกินกำหนดซึ่งอาจเสียค่าใช้จ่ายจากค่ายผู้ให้บริการมือถือเกิดขึ้นได้
  185. Browsing History คือสามารถค้นดูขอมูลเก่าๆจากที่เคยทำไว้บน iCloud for Apps, Music, Videos, TV Shows และ Books’ store ได้ไม่เสียเวลาไปค้นหาใหม่อยู่เสมอ เช่นอาจค้นหาแอพเพื่อจะลงผ่าน iPhone แต่เราอาจจะค้นหาอีกครั้งบน iPad แล้วซื้อตอนทำการค้นบน iPad ก็ได้ซึ่งแบบนั้นคือเป็นการใช้งาน Browsing History นั่นเอง สรุปคืออาจเคยค้นหาอะไรบนอุปกรณ์อื่นไว้ แต่ผลค้นนั้นก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งได้แม้เราจะเปลี่ยนอุปกรณ์ไปแล้วแต่ผลก็ยังกลับมาแสดงให้ได้อีก (เหมาะกับคนที่ชอบลืมว่าเคยค้นหาไปก่อนหน้านั้นแล้ว แต่เปลี่ยนเครื่องใหม่แล้วก็ลืมไปว่าเคยได้ค้นอะไรไปบ้างแล้ว ซึ่งระบบจะเป็นคนจดจำรูปแบบของเราเอาไว้ให้ด้วย)
  186. “Open in..” ฟีเจอร์นี้เพิ่มขึ้นมาให้เราง่ายในการเปิดเอกสารต่างๆผ่าน Safari ได้เลยซึ่งรองรับไฟล์r Docs / PDF 

รายการอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆของ iOS 6 Beta 2

  1. เพิ่มไอคอน ‘+’  ในแอพ Photos สำหรับการเพิ่มอัลบั้ม (ไม่จำเป็นต้องกด Edit > Add เหมือนแต่ก่อน)
  2. Maps มีฟีเจอร์ให้นำทางเรากลับมายังบ้านได้จาก ณ ตำแหน่งที่เราอยู่ตอนนั้น ซึ่งมีชื่อว่า directions to home
  3. ในแอพ Camera Roll & Photo Streams จะสามารถกดไอคอนตรง setting ดูรายการย่อยในกรุ๊ปภายในนั้นได้
  4. WiFi Networking สามารถเพิ่มรายการบริการใน Location Services list ได้
  5. Guided Access Mode สามารถจะกำหนดเป็น disable Home button เพื่อไม่ให้กดปุ่ม Home แล้วไปเปิดแอพใดๆของเราในเครื่อง ซึ่งเราอาจจะเปิดโปรแกรมอะไรบังคับให้เล่นแค่นั้น อย่างที่กล่าวไปในข้อ 66
  6. Calendar events ตอนนี้จะโชว์เวลา End Time คล้ายกับโชว์ที่เห็นใน Notification Center ซึ่งนั่นจะแสดง date & start time
  7. Cellular Data จะแสดงให้ปรับสำหรับตอนอยู่ใน Reading List ได้(อันนี้ยังไม่แน่ใจว่าทำงานยังไงคงต้องรอดูอีกที)
  8. Delete games สามารถลบเกมส์จาก Game Center ได้แล้ว
  9. Photo Streams ตอนนี้จะแสดง On / OFF ในส่วนของ Settings app ด้วย
  10. App Store จะทำการตรวจสอบเพื่อการอัพเดทและแสดงเป็นป้าย badges ให้เราเห็นด้วยว่าแอพนั้นมีการปล่อยเวอร์ชั่นใหม่ให้อัพเดทแล้ว
  11. Mute a call สามารถปิดเสียงได้จากการกดปุ่ม Volume Up-Down
  12. Siri มีการปรับน้ำเสียงให้ใกล้เคียงเสียงมนุษย์มากยิ่งขึ้น
  13. สามารถปรับใช้กล้องหน้า หรือกล้องหลัง ได้จากการกดปุ่ม Volume Up/Down ขณะที่เรากำลังตั้งกล้องจะถ่ายภาพได้clicked picture.

รายการอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆของ iOS 6 Beta 3

  1. Roadwork และ traffic accidents จะแสดงผลข้อมูลเพิ่มมาให้ในแอพ Maps ว่าเส้นไหนเป็นเส้นทางการวิ่งออกกำลังกาย เส้นทางไหนเกิดอุบัติเหตุ
  2. ปุ่ม Answer และ Decline จะกลับมาใหม่ใน FaceTime
  3. iMessage on iPad ตอนนี้รองรับการใช้งานด้วย phone number แล้วซึ่งจะต้องเป็นเบอร์ที่ถูกต้องจากการใส่ไว้ใน contact info
  4. เมนู Maps tab จะมีเพิ่มเข้ามากำหนดค่าใน Settings เพื่อปรับ. Volumes, Distances, Map labels
  5. Late night mode และ EU Volume จะทำการเอาส่วนของ default limit ในนั้นออกไป
  6. Slight UI ถูกเปลี่ยนเเพื่อเสียง for mono audio ซึ่งจะอยู่ใต้ Accessibility
  7. UI สำหรับการใช้งาน volume limit ถูกออกแบบใหม่
  8. สามารถทำการแชร์รูป photo streams ไปได้ทุกอุปกรณ์ของ Apple แล้ว
  9. VIP mail รองรับบน iPod touch 4g และ iPhone 3GS
  10. สามารถดาวน์โหลด Free Apps ได้จาก App Store โดยไม่ต้องใส่ password
  11. ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะให้ AirPlay รองรับการทำงานของลำโพงที่เสียบต่อกับ Apple TV เพื่อฟังเพลงได้ เช่นนำสายจากชุดโฮมเธียร์เตอร์มาต่อเข้ากับ Apple TV แล้วกำหนดว่าไปใช้ลำโพงจากชุดโฮมเธียร์เตอร์นั้น
  12. Mail app เปลี่ยนไอคอนใหม่สำหรับถังขยะ Trash, Archives และอื่นๆ
  13. แผนที่แบบ 3D Maps รองรับเมืองใหม่ๆเพิ่มขึ้นอีก
  14. Siri รองรับการทำงาน AssistiveTouch ด้วย

จากรายการกว่า 200 รายการที่กล่าวมามากมายข้างบนนี้ Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาและเตรียมปล่อยอีกหลายฟีเจอร์มากมายหลายรายการเพิ่มอีก ซึ่งคาดว่าเมื่อถึงวันเปิดตัวเป็น iOS 6 เวอร์ชั่นเต็มซึ่งมาพร้อมกับ iPhone 5 เครื่องใหม่ที่หลายคนรอคอย เราก็คงจะได้พบกับฟีเจอร์ใหม่ๆที่จะมาเปิดตัวในงานกันแน่นอน ยังไงเปิดตัวเมื่อไหร่ทาง veedvil.com เราก็จะมานำเสนอก่อนเช่นเดิม ตอนนี้ไล่ดูรายการจากข้างบนไปพลางๆก่อนแล้วกันนะครับ

Facebook Comments

Connect on Facebook: