Bjørn Taale Sandberg หัวหน้าทีวิจัยจาก Telenor Research เปิดเผยเทรนด์เกี่ยวกับเทคโนโลยีในปี 2018 ออกมาว่ามีปัจจัยหลักอยู่ 3 ประการมที่จะทำให้เกิดเป็นเทรนด์ขึ้นในปีหน้าได้แก่  กฏหมายเปลี่ยน ผู้ใช้เปลี่ยนเงื่อนไข และเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้แล้ว ยกตัวอย่างเช่นโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ หรือรถยนต์รุ่นใหม่ๆถูกผลิตขึ้นมา คือตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงจาก 3 ปัจจัยนั้น

เทรนด์สำหรับผู้ใช้ หรือ Consumer-trends อย่างเช่น การใช้งานจดจำใบหน้า face recognition, บริการ on-demand services ต่างๆ หรือแม้แต่การภาพถ่ายแบบ 360 องศา เหล่านี้เป็นความก้าวหน้าทางด้านวิทยศาตร์และเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในปี 2018 

1: Social media newsfeeds: โซเซียลน้อยลง แต่สื่อจะเพิ่มขึ้น

ผู้ใช้งาน Facebook จะเริ่มโพสสิ่งต่างๆน้อยลง และสิ่งต่างๆที่ความสัมพันธ์กับกับสิ่งที่ผู้ใช้โพสไปก็จะลดลงตามไปด้วย แต่ข้อมูลประเภทอย่างเป็นทางการหรือซื้อเนื้อหาเพื่อให้คนเห็น (paid content) จะเพิ่มสูงขึ้น ผู้คนจะกังกลกับเนื้อหาปลอมว่าจะมาแสดงผลให้เห็นมากขึ้นตามไปด้วยหรือไม่บนหน้าฟีดของพวกเรา บางครั้งผู้คนจะเริ่มใช้โซเซียลเป็นสื่อสำหรับข่าวมากขึ้นเนื่องจากข้อมูลที่เคยเกี่ยวข้องกับการโพสเดิมของเขาน้อยลง ทำให้ผู้ใช้งานโซเซียลหันไปติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวโดยตรงมากกว่าติดตามเนื้อหาจากเพื่อนของเขา ในขณะที่ Facebook เองก็เพิ่มช่องทางการสื่อสารให้ผู้ใช้มากขึ้นผ่าน platform อื่นเช่นแอพ Messenger และ Facebook Groups สำหรับวัตถประสงค์การใช้งานแบบกลุ่มย่อยหรือเรียกว่า  micro-coordination

2: ผู้คนจะอ่านเงื่อนไขและข้อตกลงบนออนไลน์มากขึ้น

เงื่อนไขและข้อตกลง Terms & Conditions เป็นสิ่งที่จะผู้เปลี่ยนแปลงไปจากการใช้บริการออนไลน์ ดังนั้นข้อมูลที่ผู้ใช้จะต้องให้หรืออนุญาตให้จัดเก็บได้นั้น จะถูกแสดงผลให้ทราบและยอมรับตามเงื่อนไขและข้อตกลงนั้นๆอย่างตรงไปตรงมา และผู้ใช้จำเป็นจะต้องอ่านทำความเข้าใจว่าเงื่อนไขและข้อตกลงนั้นเพื่อจุดประสงค์อะไรด้วยความระมัดระวัง แม้จะเป็นแอพหรือบริการที่เราชื่นชอบอยู่แล้วก็อยากจะมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากมันยอมรับกันได้ง่ายๆบนช่องทางออนไลน์ ดังนั้นผู้ใช้จะต้องระวังในเรื่องเงื่อนไขและข้อตกลง Terms & Conditions เหล่านั้นให้ดีๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบยุโรป EU ที่จะเปลี่ยนในระดับกฏหมายกันภายในกลางปี 2018 ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการร้องขอข้อมูลส่วนตัวของผู้ที่จำเป็นจะต้องแสดงเงื่อนไขและข้อตกลง Terms & Conditions ให้ทราบก่อนเสมอ

3: Artificial Intelligence และ Deep Learning จะได้รับความนิยมและเข้าสู่กลุ่ม mass market

Artificial Intelligence & Deep Learning ปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้เชิงลึก ที่นำไปสู่การผลิตรถยนต์ไร้คนขับ ระบบจดจำใบหน้า ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานั้น นับจากปี 2018 นี้เป็นต้นไป ในหลากหลายอุตสาหกรรมจะนำ 2 เทคโนโลยีนี้ไปใช้กันมากขึ้น จากเดิมที่มีแต่กลุ่มยักษ์ใหญ่ทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้นที่นำไปใช้กัน การเรียนรู้และทักษะต่างๆจะถูกพัฒนาขึ้นอย่างเข้าใจและมีการฝึกอบรมกันอย่างกว้างขวางด้วยแบบจำลองต่างๆ เพื่อไม่ให้ธุจกิจเกิดความล้มเหลวจากการใช้เทคโนโลยีที่ผิดพลาดเหตุจากความไม่เข้าใจ

4: Blockchain – จะแยกออกจาก cryptocurrency ได้หรือไม่?

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าการเกิดขึ้น Bitcoin นั้นมีผลต่อความเข้าใจในเรื่องของ Blockchain เป็นอย่างมากจนหลายคนเข้าใจว่ามันก็คือเรื่องเดียวกันในคือพูดถึงสกุลเงินดิจิตอลหรือ cryptocurrency ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว Blockchain นั้นเป็นเพียงส่วนสำคัญส่วนหนึ่งเท่านั้น และในปี 2018 จะมีการอธิปรายพูดถึงความสำคัญและหลักการของ Blockchain อย่างเข้มข้นขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการนำไปใช้งานที่ถูกต้องในหลายหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาและปรับเปลี่ยนหรืออัพเกรดเทคโนโลยี Blockchain นี้ในวงกว้าง

5: ปี 2018 โลกเสมือนในชีวิตจริง

ในปีที่ผ่านมาเกมส์ Pokémon Go ทำให้เรารู้สึกถึงโลกเสมือนจริงได้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไรและมันทำงานอย่างไรในโลกความเป็นจริง หลายบริษัทจะเปิดตัวแว่นตา AR มากขึ้นไม่ว่าจะเป็น Gooogle, Sony, Samsung, Facebook เหล่านี้ต่างพัฒนาแอพพลิเคชั้น AR ออกมาวางจำหน่ายกันมากขึ้น ซึ่งคาดการณ์ได้ว่าแอพพลิเคชั่นและเนื้อหาเกี่ยวกับโลกเสมือนจริงหรือ AR นั้นจะออกสู่ตลาดมากขึ้นกว่านี้อีกแน่นอน

6: โอลิมปิกฤดูหนาวจะเป็นการเปิดตัว 5G อย่างเป็นทางการ

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่จะเกิดขึ้นในประเทศเกาหลีใต้นั้น ถือช่วงจังหวะการเปิดตัวระบบเครือข่าย 5G อย่างเป็นทางการเพราะได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายหลักสำคัญที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันมหกรรมกีฬาใหญ่ครั้งนี้ด้วย เราจะได้เห็นอุกรณ์อันทันสมัยที่รองรับความเร็วระดับ 5G เกิดขึ้นในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวนี้และถือเป็นประวัติศาตร์ของการเปิดตัวระบบ 5G ได้เลยทีเดียว

7: กระเป๋าเงินดิจิตอล

ในปี 2018 อุปกรณ์จำนวนมากที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นอุปกรณ์เพื่อใช้ชำระเงินได้ เช่น กุญแจรถยนต์ สมาร์ทโฟน นาฬิกาดิจิตอล ฯลฯ อีกทั้งระบบ Artificial Intelligence และ IoT ก็จะสร้างบริการใหม่ๆให้ลูกค้าได้อย่างชาญฉลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน บริษัทต่างๆจะเริ่มจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการชำระเงินด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเพื่อลดต้นทุนของบริษัทในการจัดการความเสี่ยงด้วย ดังนั้นเราจะเห็นการเติบโตของ IoT Banking  ที่ทำหน้าที่ดูแลกระเป๋าเงินดิจิตอลให้กับอุปกรณ์ชำระเงินต่างๆ โดยในปี 2018 

Author

Doing my best to bring you the latest in technology, business, banking, insights and much more. I will always make sure our content is unbiased and on point.

Write A Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.