ไทยติดอันดับประเทศที่ช่วยเหลือสังคมมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

จากผลสำรวจล่าสุดของมาสเตอร์การ์ดเกี่ยวกับการใช้จ่ายเพื่อการกุศล พบว่าร้อยละ 37.8 ของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริจาคเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาและสุขภาพให้กับเด็กและเยาวชนเป็นอันดับแรก แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยต่อเด็กและเยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในอนาคต ทั้งนี้การบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชน เป็นหนึ่งในสามอันดับที่ผู้บริจาคต้องการให้ความช่วยเหลือมากที่สุด โดยรายงานการบริจาคเพื่อสังคมดังกล่าวจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด ทำการสำรวจความต้องการบริจาคของผู้บริโภคใน 14 ประเทศ และเผยแพร่ผลการสำรวจในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน สอดคล้องกับวันสำคัญของสมัชชาสหประชาชาติที่ได้กำหนดให้วันที่ 5 กันยายนของทุกปีเป็นวันการกุศลสากล (The International Day of Charity)

ผลการสำรวจผู้บริโภคในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา พบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้บริ โภคที่สำรวจ (ร้อยละ 50.4) ได้มีส่วนร่วมในการกุศลผ่านการบริจาคเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 49.9 ในปี พ.ศ. 2558 และผลสำรวจรายงานว่าผู้บริโภคชาวเวียดนามบริจาคเพื่อการกุศลมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 78 รองลงมาคือผู้บริโภคชาวไทยร้อยละ 66.3 ตามด้วยผู้บริโภคในฮ่องกงร้อยละ 60.2

นางจอร์เจ็ท แทน รองประธานอาวุโสฝ่ายสื่อสารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า “เราได้กำลังใจอย่างมากจากผลการสำรวจในปีนี้ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสและการคืนสู่สังคม นอกจากนี้การให้ความสำคัญของการศึกษาโดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ยิ่งทำให้เห็นว่าผู้บริโภคในภูมิภาคของเราต้องการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาและสุขภาพของเด็กและเยาวชนจากโครงการของมาสเตอร์การ์ด เราได้ร่วมมือกับพันธมิตรของเราเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความสะดวกในด้านการกุศล โดยความร่วมมือต่างๆ เหล่านี้ มีจุดประสงค์ให้ผู้บริโภคตระหนักถึงสังคมก่อนการจับจ่ายซื้อสินค้า เป็นการร่วมกันสร้างสังคมของความช่วยเหลือทั่วภูมิภาค

นายโดนัลด์ ออง ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมาร์มาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า “การดูแลเอาใจใส่เด็กและเยาวชนเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีที่มาสเตอร์การ์ดประเทศไทยร่วมกับคลับ 21 และโครงการ Food4Good ในการร่วมกันทำแคมเปญ Purchase with Purposeโดยทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ดที่คลับ 21 จะร่วมบริจาคช่วยเหลือเด็กและเยาวชนผ่านโครงการ Food4Good ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ ของเราในการสร้างความตระหนักถึ งปัญหาที่เด็กและเยาวชนขาดโอกาสในสังคมไทยต้องเผชิญ และให้ความเอาใจใส่พวกเขา รวมถึงการพัฒนาทักษะที่จำเป็นเพื่อช่วยสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเด็กและเยาวชนเหล่านั้นต่อไป”

การบริจาคเงินเป็นเพียงหนึ่งวิ ธีที่ผู้บริโภคในภูมิภาคคืนกลับให้กับสังคม ผลการสำรวจพบว่าร้อยละ 53.2 จับจ่ายซื้อสินค้าที่มีส่วนในการช่วยเหลือสังคม ก่อนจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ ผู้บริโภคจะพิจารณาว่าสินค้าและบริการที่ต้องการมี กระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายที่ ชอบธรรม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือมีการนำเงินรายได้บางส่วนเพื่อไปสนับสนุนองค์กรการกุศลหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าเหล่านั้น

ผลการสำรวจโดยละเอียด

–         นอกจากวัตถุประสงค์ที่ต้องการช่วยเหลือด้านการศึกษาและสุขภาพของเด็กและเยาวชน ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังให้ความสำคัญกับด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติ คิดเป็นร้อยละ 33.7 รวมถึงให้ความช่วยเหลือต่อผู้ยากไร้และขาดแคลนอาหารร้อยละ 32.1

–         ผู้บริโภคร้อยละ 58.5 ตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีความชอบธรรมทางการค้า ร้อยละ 56.8 เลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และร้อยละ 44.4 เลือกที่จะซื้อสินค้าที่นำรายได้บางส่วนมอบให้กับองค์กรที่ทำประโยชน์ให้กับสังคม

–         ผู้บริโภคชาวจีน ร้อยละ 75.2 ชาวไทย ร้อยละ 67.6 ชาวมาเลเซีย ร้อยละ 65.7 และชาวฟิลิปปินส์ ร้อยละ 64.6 จะเลือกซื้อสินค้าจากผู้ค้าหรือเจ้าของสินค้าที่พิจาณาแล้วว่ามีความชอบธรรมทางการค้า

–         ในขณะที่ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น ร้อยละ 20.4 ไม่คำนึงถึงความสำคัญด้านความชอบธรรมทางการค้า รวมถึงชาวเกาหลี ร้อยละ 28 และชาวสิงคโปร์ ร้อยละ 29.1

วิธีการวิจัย

แบบสำรวจการใช้จ่ายเพื่อการกุศล ทำการสำรวจผู้บริโภคใน 14 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทยและเวียดนาม ในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Facebook Comments

Connect on Facebook: